โรงพยาบาลขอนแก่นพลิกฟื้นจากวิกฤตขาดทุน สู่ต้นแบบโรงพยาบาลรัฐ

กระทรวงสาธารณสุขของไทยยกย่องให้โรงพยาบาลขอนแก่นเป็นต้นแบบสำหรับโรงพยาบาลของรัฐ หลังสามารถพลิกฟื้นจากภาวะขาดทุนที่ยาวนานกว่าทศวรรษ และตั้งเป้าที่จะยุติปัญหาหนี้สินรุนแรงของโรงพยาบาลรัฐภายในปีหน้า
นายแพทย์สมฤกษ์ หมันคง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในการแถลงข่าวเกี่ยวกับการพลิกฟื้นของโรงพยาบาลขอนแก่นเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สถานะทางการเงินของโรงพยาบาลของรัฐดีขึ้น และมีโรงพยาบาลที่เผชิญวิกฤตการณ์รุนแรงและมีหนี้สะสมลดน้อยลง “เราหวังว่าจะไม่มีวิกฤตหนี้สินรุนแรงในโรงพยาบาลของรัฐภายในปีหน้า” เขากล่าว
นายแพทย์สมฤกษ์ระบุว่า โรงพยาบาลของรัฐเผชิญความยากลำบากทางการเงินมาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 โดยมีหนี้สินสูงสุดถึง 50,000 ล้านบาท ก่อนที่จะลดลงเหลือ 21,000 ล้านบาท และปรับปรุงจนมีเงินเกินดุล 20,000 ล้านบาท จากการบริหารจัดการที่ดีขึ้น “เราจะได้รับเงินเพิ่มเติม 5,000 ล้านบาทในปีนี้ พร้อมกับการปรับน้ำหนักสัมพัทธ์เพื่อปรับปรุงการบริหารงบประมาณ” นายแพทย์สมฤกษ์กล่าวเสริม
เขาอ้างถึงกรณีโรงพยาบาลขอนแก่นว่าเป็นความสำเร็จ หลังจากที่สามารถลดการขาดทุนได้ถึง 30% โดยหลัก ๆ มาจากการลดจำนวนบุคลากรทางการแพทย์จาก 4,600 คน เหลือ 4,000 คน ขณะที่ยังคงรักษาบริการด้านสาธารณสุขในจังหวัด เขายังกล่าวอีกว่า การที่ได้รับเงินทุนไม่เพียงพอจากโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่การบริหารจัดการที่ไม่ดีก็เป็นปัจจัยหนึ่งด้วยเช่นกัน
โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเคยประสบภาวะขาดทุนสูงสุดแห่งหนึ่งในบรรดาโรงพยาบาลรัฐหลายปี โดยปีที่แล้วมีหนี้ขาดดุล 2,500 ล้านบาท ได้ลดการขาดดุลลงเหลือ 207 ล้านบาท และสร้างรายได้เกินรายจ่าย 248 ล้านบาท จากมาตรการหลายอย่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดสรรเงินกว่า 200 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสภาพคล่องทางการเงินของโรงพยาบาล
นายแพทย์ธนสิทธิ์ ไร้ปรากฏ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวว่า โรงพยาบาลได้ควบคุมการใช้จ่ายผ่านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อลดการสิ้นเปลืองยาและป้องกันยาหมดอายุ เขายังคาดการณ์ว่าโรงพยาบาลจะใช้ AI เข้ามาแทนที่แรงงานคนบางส่วนในอนาคตอันใกล้ รวมถึงบริการ Telemedicine ก็มีให้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้เวลาที่โรงพยาบาลเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น และจะได้รับยาที่จัดส่งทางไปรษณีย์
โรงพยาบาลมีแผนที่จะเปิดให้บริการพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 30% ของรายได้ทั้งหมด
ที่มา: Bangkok Post