ดาวเทียม Swift ของ NASA ร่วงจากวงโคจร หลังปฏิบัติภารกิจ 22 ปี
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift ขององค์การนาซา (NASA) ซึ่งเป็นดาวเทียมที่คอยจับตาปรากฏการณ์รังสีแกมมาในอวกาศ ได้สิ้นสุดภารกิจ 22 ปีอันยาวนานอย่างน่าประทับใจ ด้วยการตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลกและเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
รายงานจากองค์การนาซาระบุว่า ดาวเทียม Swift ซึ่งมีขนาดเท่าตู้เย็นและหนักราว 1 ตัน ได้ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศและถูกเผาไหม้เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือในวันพุธที่ 12 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่มีชิ้นส่วนใดตกลงสู่พื้นโลก
ดาวเทียม Swift ได้รับการออกแบบมาเพื่อศึกษาระเบิดรังสีแกมมา หรือ Gamma-Ray Bursts (GRBs) ซึ่งเป็นการระเบิดพลังงานสูงที่สุดในจักรวาล และยังศึกษาปรากฏการณ์การชนกันของดาวนิวตรอนอีกด้วย กล้องโทรทรรศน์นี้ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าแก่บรรดานักวิทยาศาสตร์มานานกว่าสองทศวรรษ
เดิมทีดาวเทียม Swift มีชื่อเต็มว่า Swift Gamma-Ray Burst Explorer และเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2004 ด้วยความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอิตาลี โดยตั้งชื่อตามนก Swift ซึ่งเป็นนกที่บินเร็วมาก สื่อถึงความสามารถของกล้องโทรทรรศน์ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์การระเบิดในอวกาศได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าอายุการใช้งานจะยาวนานเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่เชื้อเพลิงของดาวเทียมก็เริ่มลดน้อยลง ทำให้วงโคจรค่อยๆ ลดระดับลง จนในที่สุดก็ไม่สามารถคงอยู่ในวงโคจรเดิมได้อีกต่อไป การเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศถือเป็นจุดจบที่ปลอดภัยและถูกควบคุม สำหรับดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งานเช่นนี้
ที่มา: South China Morning Post