ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัย หลังธารน้ำแข็งสวิสลดลง 20% ใน 5 ปี
ศาสตราจารย์ ดร. มาเธียส ฮุส (Matthias Huss) ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งชาวสวิส ได้ออกมาเตือนถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง โดยเปิดเผยว่าธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ได้ลดลงไปถึง 20% ของปริมาตรทั้งหมดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าอาจจะหายไปเกือบทั้งหมดภายในปี 2100
ดร. ฮุส ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มติดตามธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์ (GLAMOS) และศาสตราจารย์ด้านธารน้ำแข็งศึกษาที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิสในนครซูริก (ETH Zurich) ได้อธิบายถึงสถานการณ์ดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
สถานการณ์ธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์
เขาระบุว่า “ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งสวิสได้ละลายไปแล้ว 20% ของปริมาตรทั้งหมด นี่เป็นอัตราการสูญเสียที่รุนแรงมาก และแสดงให้เห็นว่าธารน้ำแข็งตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแค่ไหน”
รายงานล่าสุดจาก GLAMOS เมื่อเดือนตุลาคม 2023 ระบุว่าธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ละลายไปแล้ว 4% ของปริมาตรที่เหลืออยู่ และเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ธารน้ำแข็งมีอัตราการละลายสูงอย่างผิดปกติ อันเป็นผลมาจากหิมะที่ตกน้อยและคลื่นความร้อนที่รุนแรง
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยประเมินไว้ว่าธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์อาจจะลดลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2050 และอาจหายไปเกือบทั้งหมดภายในปี 2100 อย่างไรก็ตาม ดร. ฮุส ชี้ให้เห็นว่าการละลายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ธารน้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็วไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของเทือกเขาแอลป์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำจืดในยุโรป ซึ่งแม่น้ำสายสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำไรน์ (Rhine) ต่างมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาแห่งนี้ การสูญเสียธารน้ำแข็งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ การเกษตร และระบบนิเวศในวงกว้าง
ดร. ฮุส ย้ำเตือนว่า “หากเรายังคงดำเนินชีวิตและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราปัจจุบันต่อไป เราจะต้องบอกลาธารน้ำแข็งทั้งหมดในสวิตเซอร์แลนด์ภายในปี 2100” นี่เป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญนี้ไว้
ที่มา: South China Morning Post