จำเลยคดีแทง “ซัลมาน รัชดี” ปฏิเสธให้การในศาลสหรัฐฯ
จำเลยในคดีแทงนักเขียนชื่อดังชาวอินเดีย-อังกฤษ ซัลมาน รัชดี ได้เลือกที่จะไม่ให้การหรือเรียกพยานมาขึ้นศาลในคดีก่อการร้ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะถูกส่งไปยังคณะลูกขุนโดยเร็วที่สุดในวันพุธนี้
ทนายความของ ฮาดี มาตาร์ ซึ่งเป็นชายชาวอเมริกัน วัย 28 ปี ได้แจ้งต่อศาลว่า ลูกความของเขาซึ่งเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาพยายามฆ่าในระดับรัฐแล้ว จะไม่ขึ้นให้การในคดีที่รวมถึงข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายข้ามชาติ
นายนาธานีเอล บาโรเน ทนายความของมาตาร์ กล่าวว่า “ในเวลานี้ ฝ่ายจำเลยขอจบการสืบพยาน” ทั้งนี้ มาตาร์ได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อหา
ฝ่ายโจทก์ได้จบการนำเสนอคดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเช่นกัน และคาดว่าจะมีการแถลงสรุปปิดสำนวนคดีในเช้าวันพุธ
รัชดี นักเขียนรางวัลผู้สร้างสรรค์นวนิยายเรื่อง Midnight’s Children และนวนิยายที่เป็นที่ถกเถียงอย่าง The Satanic Verses ได้ขึ้นให้การเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีในปี 2022 ซึ่งเกือบจะคร่าชีวิตเขาและทำให้เขาตาบอดไปหนึ่งข้าง
รัชดีกำลังจะขึ้นบรรยายเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักเขียน ขณะที่ผู้โจมตีได้ขึ้นเวทีจากด้านหลังและแทงเขา 15 ครั้ง ต่อหน้าผู้ชมที่ตกใจ ณ สถาบัน Chautauqua ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนทางศิลปะและปัญญาชน
ผู้ชมและวิทยากรอีกคนหนึ่งคือ เฮนรี รีส ได้พยายามช่วยเหลือรัชดีและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลงาน
ในตอนแรก มาตาร์ได้ให้ใบขับขี่ปลอมแก่เจ้าหน้าที่ แต่เขาก็ได้เปิดเผยชื่อจริงของตนเองแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำรัฐในเวลาต่อมา ตามคำให้การของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวและวิดีโอจากกล้องติดตัว
อัยการแย้งว่า มาตาร์กระทำตามคำเรียกร้องของผู้นำชาวอิหร่านคนก่อนในปี 1989 ที่ต้องการให้รัชดีเสียชีวิตเนื่องจากนวนิยายเรื่อง The Satanic Verses ซึ่งจุดชนวนการประท้วงทั่วโลกมุสลิม ผู้ที่เชื่อในศาสนาอิสลามบางคนถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทศาสนา เนื่องจากมีฉากในความฝันที่ปรากฏถึงศาสดามุฮัมมัด
ที่มา: South China Morning Post