นายกฯ เรียกร้องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศพึ่งพาตนเอง
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กระตุ้นให้สาธารณชนสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติและเสริมสร้างความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กระตุ้นให้ประชาชนสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยกล่าวว่าประเทศมีศักยภาพที่จะพึ่งพาตนเองในการผลิตทางการทหารมากขึ้น และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ
นายอนุทินกล่าวในพิธีเปิดงาน THAIDEF-EX 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กระทรวงกลาโหมเมื่อวันพุธว่า นิทรรศการนี้เน้นย้ำถึงขีดความสามารถของผู้ผลิตด้านการป้องกันประเทศของไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศสามารถเสริมสร้างความมั่นคงของตนเองได้
‘ผมมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถปกป้องตนเองจากภัยคุกคามภายนอกได้’ เขากล่าว ‘เราไม่ควรต้องพึ่งพาการจัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหารจากต่างประเทศ’
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนให้กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และขยายขีดความสามารถของตนเองได้
นายอนุทินกล่าวว่า เขาได้รับทราบว่าบริษัทด้านการป้องกันประเทศของไทยหลายแห่งมีการส่งออกยุทโธปกรณ์ทางการทหารไปต่างประเทศแล้ว แม้ว่าบางแห่งยังไม่ได้รับสัญญาในตลาดภายในประเทศ
‘โดยหลักการแล้ว รัฐบาลควรสนับสนุนบริษัทเหล่านี้ เพราะพวกเขามีส่วนช่วยในความมั่นคงของเราเอง’ เขากล่าว พร้อมเสริมว่าการสนับสนุนด้านงบประมาณเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภาคส่วนนี้
เขากล่าวว่าเขารู้สึกสบายใจหลังจากเยี่ยมชมนิทรรศการ และเพิ่มว่าประเทศไทยจะเตรียมพร้อมหากเกิดวิกฤตความมั่นคงที่ไม่คาดคิด ‘เราหวังในสันติภาพ แต่เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเสมอ’ เขากล่าว อ้างอิงคำกล่าวอ้างทางการทหาร
ในระหว่างงานนิทรรศการ นายอนุทินได้ทดลองระบบฝึกอาวุธเลเซอร์ที่พัฒนาโดยคนไทย และตรวจสอบรถหุ้มเกราะ First Win ที่ผลิตโดยบริษัทชัยเสรี เมทัล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ของไทย
ในปาฐกถาเปิดงาน นายอนุทินกล่าวว่าภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การพึ่งพาตนเองมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทำให้การค้าโลกคาดการณ์ได้ยากขึ้น
‘หลายประเทศกำลังหันมาพึ่งพาตนเองเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืน แทนที่จะพึ่งพาการนำเข้า’ เขากล่าว
เขากล่าวว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกด้วย ขีดความสามารถในการผลิตภายในประเทศ ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศสามารถแข่งขันในตลาดป้องกันประเทศทั่วโลกได้
ที่มา: Bangkok Post