เตือนคลินิกทันตกรรมเถื่อนในไทย ผู้ป่วยควรตรวจสอบข้อมูลก่อน
กรม สบส. เตือนผู้ป่วยไทยตรวจสอบคลินิกทันตกรรมก่อนใช้บริการ
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ของไทย ได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนผู้ป่วยตรวจสอบใบอนุญาตของคลินิกทันตกรรมและทันตแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา หลังเกิดเหตุจับกุมหญิงคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบเปิดให้บริการทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบ้านพักของเธอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับกรม สบส. และทันตแพทยสภา ได้จับกุมหญิงวัย 31 ปีรายนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากการสืบสวนโฆษณาบริการทันตกรรมออนไลน์
พ.ต.อ. วีรพงษ์ ทองเหลา ผู้กำกับการ 4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบหญิงคนดังกล่าวขณะกำลังให้บริการลูกค้าและเตรียมพิมพ์ฟัน เมื่อเข้าตรวจค้นภายในสถานที่ เจ้าหน้าที่ได้ยึดอุปกรณ์ทันตกรรม เครื่องพิมพ์ฟัน และรีเทนเนอร์
หญิงคนดังกล่าวให้การกับตำรวจว่า เธอเรียนรู้ขั้นตอนเหล่านี้จากโซเชียลมีเดีย และเริ่มทำฟันปลอมและรีเทนเนอร์เพราะรายได้ไม่เพียงพอ เธอเคยทำงานเป็นช่างทำเล็บมาก่อนและจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เธอดำเนินการให้บริการมาประมาณหนึ่งปี คิดค่าบริการ 1,800 บาทต่อครั้ง และรักษาลูกค้าอย่างน้อย 40 รายต่อเดือน
ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า กรม สบส. ทำงานร่วมกับตำรวจเพื่อสืบสวนผู้ประกอบการที่ต้องสงสัย แต่ข้อจำกัดด้านบุคลากรทำให้สามารถดำเนินการได้เพียงหนึ่งหรือสองกรณีต่อเดือน
นายแพทย์อรรถพร กล่าวเพิ่มเติมว่า คลินิกทันตกรรมที่ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศมีประมาณ 7,000 แห่ง “เราไม่ทราบว่ามีคลินิกผิดกฎหมายอยู่จำนวนเท่าใด แต่เราเชื่อว่ามีผู้ดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ”
นายแพทย์อรรถพร ยังกล่าวอีกว่า มีแนวโน้มที่บริการทันตกรรมผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์สามารถหาซื้อได้ง่ายทางออนไลน์ และแฟชั่นการจัดฟันยังคงเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น
สมาชิกทันตแพทยสภาท่านหนึ่งได้เตือนว่า อุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสมอาจแพร่เชื้อโรคได้ ในขณะที่วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายต่อช่องปาก รีเทนเนอร์ที่ออกแบบไม่ดีอาจทำให้ฟันเคลื่อนที่ ทำให้เหงือกอักเสบ หรือทำลายรากฟันและเนื้อเยื่อในช่องปากได้
ทันตแพทยสภาได้แนะนำผู้ป่วยให้ตรวจสอบการลงทะเบียนของคลินิกและชื่อทันตแพทย์บนเว็บไซต์ของสภาฯ นอกจากนี้ยังแนะนำให้คลินิกแสดงเลขที่ใบอนุญาตสถานพยาบาล 11 หลัก และให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผู้ประกอบการที่ต้องสงสัย
หญิงผู้ต้องสงสัยรายนี้กำลังเผชิญข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดสองปี หรือปรับสูงสุด 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงข้อหาเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดห้าปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา: Bangkok Post