ร่างงบปี 67 ถูกปรับลด 1.1 หมื่นล้านบาท ก่อนถกสภาฯ วาระ 2-3

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 มูลค่า 3.78 ล้านล้านบาท ได้ถูกปรับลดลง 11,162 ล้านบาท ก่อนการอภิปรายในรัฐสภาวาระที่สองและสามเป็นเวลาสามวัน ซึ่งจะเริ่มต้นในวันจันทร์นี้ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เตรียมที่จะท้าทายการจัดสรรงบประมาณหลักหลายรายการ
แหล่งข่าวในรัฐสภากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สภาผู้แทนราษฎรจะจัดการประชุมพิเศษระหว่างวันจันทร์ถึงวันพุธเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งประกอบด้วย 14 มาตราหลังจากการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบงบประมาณ
คณะกรรมการได้ตัดงบประมาณ 11,261 ล้านบาทจากงบประมาณที่ได้รับอนุมัติในการอ่านครั้งแรก จากการปรับลดทั้งหมด 6,440 ล้านบาทถูกเพิ่มเข้าไปในงบประมาณกลางเพื่อเป็นเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉินและความจำเป็นอื่นๆ รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ การให้ความช่วยเหลือหลังภัยพิบัติใหญ่ และการตอบสนองความต้องการเร่งด่วนที่ไม่คาดคิดของรัฐบาลที่ไม่สามารถครอบคลุมได้โดยการปรับงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ สิ่งนี้ทำให้งบประมาณกลางเพิ่มขึ้นเป็น 699.29 พันล้านบาท จาก 693.88 พันล้านบาท
จากงบประมาณที่ถูกตัด 19.08 พันล้านบาทจะถูกจัดสรรใหม่ให้กับหน่วยงานรัฐตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ขณะที่ 172 ล้านบาทจะถูกจัดสรรให้กับหน่วยงานของรัฐ รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และสำนักงานอัยการสูงสุด
ห้ากระทรวงที่ได้รับผลกระทบจากการตัดงบประมาณมากที่สุดคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งงบประมาณลดลง 3.12 พันล้านบาท เหลือ 14.73 พันล้านบาท จากจำนวนนี้ 3 พันล้านบาท ได้รับการร้องขอโดยกรมควบคุมมลพิษเพื่อจ่ายดอกเบี้ยและค่าเสียหายภายใต้คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในคดีคลองด่าน แต่คณะกรรมการได้ลงมติให้ตัดงบประมาณทั้งหมด
กระทรวงกลาโหมเผชิญกับการปรับลด 1.228 พันล้านบาท ทำให้เหลือ 90.27 พันล้านบาท ในขณะที่การจัดสรรของกระทรวงมหาดไทยลดลง 219.8 ล้านบาท เหลือ 226.9 พันล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลดลง 626.9 ล้านบาท เหลือ 161.01 พันล้านบาท และกระทรวงคมนาคมถูกระบุว่าเผชิญกับการลดลง 626.2 ล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่า มาตรา 6 ซึ่งครอบคลุมงบประมาณกลาง ได้รับความสนใจจาก ส.ส. และสมาชิกคณะกรรมการจำนวนมากที่ต้องการอภิปราย โดยเฉพาะข้อเสนอให้ลดงบประมาณ 12 พันล้านบาท สำหรับมาตรการรับมือผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และแก้ไขปัญหาต่างๆ
ในบรรดาผู้ที่เตรียมโต้แย้งการตัดงบประมาณคือ นายพิสิฐ อภิวัฒนาพรรคเพื่อประชาชน และนายธนากร สิริธนสกุล พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกล่าวว่าการจัดสรรนี้ทับซ้อนกับเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
หัวหน้าวิปรัฐบาล นายกรกต ศรีนันทารักษ์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การประชุมในวันที่ 7-9 กันยายน จะใช้จำนวนมาตราเป็นกรอบการทำงานแทนการจำกัดเวลาที่กำหนดไว้
วันจันทร์จะครอบคลุมมาตรา 1-15 รวมถึงงบประมาณของกระทรวงคมนาคม วันอังคารมาตรา 16-26 จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมถึงกระทรวงอุตสาหกรรม และวันพุธ มาตรา 27 ถึงมาตราสุดท้าย
ในวันที่ 10 กันยายน สภาผู้แทนราษฎรจะจัดการประชุมปกติก่อนที่จะพิจารณากิจกรรมที่ค้างอยู่ รวมถึงญัตติด่วนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่มา: Bangkok Post