นายกฯ ไทยลั่น! สิทธิประโยชน์ EV ต้องยุติธรรม หวังรั้งนักลงทุน

นายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงเงื่อนไขการลงทุนสำหรับธุรกิจญี่ปุ่น และทบทวนสิทธิประโยชน์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้ผู้ผลิตจากทุกประเทศได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ระหว่างการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ภายหลังมีรายงานว่าอินโดนีเซียเตรียมสนับสนุนมาตรการจูงใจให้โตโยต้าพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีไทยเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนักลงทุนจากทุกประเทศ โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมของประเทศมาเป็นเวลานาน และใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญมาอย่างยาวนาน นายอนุทินกล่าวว่า ‘นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาในประเทศไทย และอยู่มานานจนแยกไม่ออกแล้วว่านี่คือญี่ปุ่นหรือประเทศไทย เมื่อพูดถึงการใช้ไทยเป็นฐานการผลิต’
รัฐบาลไทยยังคงเปิดกว้างในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ การขจัดอุปสรรค และการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อรักษาการมีอยู่ของการผลิตที่แข็งแกร่งของญี่ปุ่นในประเทศไทย
นายอนุทินเน้นย้ำถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยกล่าวว่าชิ้นส่วนส่วนใหญ่ที่ใช้โดยแบรนด์ญี่ปุ่นผลิตขึ้นภายในประเทศ ‘เราพร้อมที่จะขจัดอุปสรรคเพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าเราไม่ได้ละทิ้งพวกเขาไป’ เขากล่าว ‘ไม่ควรเป็นกรณีที่เราเห็นด้วยกับทุกสิ่งเมื่อเราต้องการพวกเขา แต่กลับกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จ’
นายอนุทินเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายพิชัย นริพธพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณามาตรการสนับสนุนนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ และเพื่อให้แน่ใจว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นจะไม่เสียเปรียบในภาคส่วนรถยนต์ EV เขายังให้คำมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อดึงดูดและรักษานักลงทุนระยะยาว
‘ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ารับตำแหน่ง การลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยเพิ่มขึ้น’ เขากล่าว ‘ปีที่แล้วมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านบาท ผมไม่เห็นหลักฐานของการชะลอตัวของการลงทุนจากต่างประเทศ หรือการย้ายฐานการผลิตเนื่องจากการกล่าวอ้างว่าประเทศไทยยังไม่พร้อม’
ที่มา: Bangkok Post