ราคาดีเซลสหรัฐฯ พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรลครั้งแรก อุปทานหยุดชะงัก
ราคาดีเซลในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของผลกำไรจากการกลั่นเชื้อเพลิง พุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 102.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค. 2026) ท่ามกลางภาวะอุปทานหยุดชะงักทั่วโลกจากสงครามในอิหร่านและยูเครน ซึ่งตรงกับช่วงฤดูการบริโภคสูงสุดในภาคเกษตรกรรม

ราคาดีเซลสหรัฐฯ ซึ่งวัดจากส่วนต่างระหว่างราคาสัญญาซื้อขายดีเซลล่วงหน้าของสหรัฐฯ กับราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ซื้อขายอยู่ที่ 99.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.4% จากวันศุกร์
ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ระหว่างวันถึง 5 ใน 6 วันทำการที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความพร้อมของเชื้อเพลิง เนื่องจากการโจมตีโรงกลั่นในตะวันออกกลางครั้งใหม่ ได้เพิ่มเข้ามาจากภาวะอุปทานที่หยุดชะงักอยู่เดิม
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ระบุในรายงานประจำเดือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 80.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งลดลงประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทันทีจากราคาดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น คือเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนรถแทรกเตอร์ รถเก็บเกี่ยว และอุปกรณ์อื่นๆ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวในซีกโลกเหนือ และฤดูเพาะปลูกในซีกโลกใต้
ในระยะยาว สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นๆ ของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเชื้อเพลิงชนิดนี้มีการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงการขนส่งขนาดใหญ่ และการผลิตไฟฟ้าในบางพื้นที่ของโลก
สต็อกดีเซลทั่วโลกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมาก เนื่องจากสงครามที่ดำเนินอยู่ โดยทั้งรัสเซียและตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในผู้จัดหาเชื้อเพลิงที่สำคัญ
ที่มา: South China Morning Post