⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 13 สิงหาคม 2569

ทรัมป์หันใช้มาตรการบีบเศรษฐกิจ หลังโจมตีอิหร่านไม่เป็นผล

🕒 13 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 12 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV
ผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านรวมตัวกันที่จัตุรัสแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานเมื่อวันอังคาร ภาพ: AP
ผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านรวมตัวกันที่จัตุรัสแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานเมื่อวันอังคาร ภาพ: AP

การทัพทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านยังไม่สามารถบังคับให้กรุงเตหะรานยอมจำนนได้ ทำให้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับมาเดิมพันอีกครั้งว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจะสามารถจัดการกับสถานการณ์นี้ได้

เนื่องจากขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นและกังวลว่าจะทำสงครามที่ไม่เป็นที่นิยมต่อไป ประธานาธิบดีทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเขาจึงหันกลับไปใช้กลยุทธ์เดิมกับอิหร่าน นั่นคือการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและการปิดล้อมทางทะเลเพื่อสกัดกั้นการส่งออกน้ำมัน

การเน้นย้ำถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งเคยถูกขนานนามว่า ‘แรงกดดันสูงสุด’ ในสมัยแรกของทรัมป์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนสำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ ที่ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันได้ข่มขู่ว่าจะเพิ่มการปฏิบัติการทางทหารหลังจากทำสงครามกับกรุงเตหะรานมาเกือบ 6 เดือน

แม้ว่าแนวทางนี้ไม่สามารถนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการก่อนปี 2020 แต่เขากับทีมงานให้เหตุผลว่าครั้งนี้จะสำเร็จ

ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อวันจันทร์ว่า ‘ปฏิบัติการ Economic Fury ที่นำโดยรัฐมนตรีสกอตต์ เบสเซนต์ กำลังทำลายเศรษฐกิจอิหร่าน’ เขากล่าวว่าประเทศอิหร่านจะ ‘ดูดซับการทิ้งระเบิด’ แต่ชาวอิหร่านกลัวเบสเซนต์มากกว่ารัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซ็ธ

ทรัมป์ ได้แสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกันเมื่อวันอาทิตย์กับ Axios โดยกล่าวว่าเขา ‘ลดระดับความรุนแรง’ กับอิหร่าน และเสริมว่า ‘เราแค่เฝ้าดูอิหร่านที่กำลังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงลิบลิ่ว และความจริงที่ว่าพวกเขาไม่มีเงิน’

เบสเซนต์ ได้กล่าวในประเด็นที่คล้ายกันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ในรายการ Fox โดยระบุว่า ‘รัฐบาลกำลังทำให้ประชาชนต้องทนทุกข์ และเราจะยังคงกดดันต่อไป’

ที่มา: South China Morning Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง