สหประชาชาติ-TIJ ยกย่องพระกรณียกิจเจ้าฟ้าหญิงบาจรกิติยาภา ด้านงานยุติธรรม

สหประชาชาติและสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จัดงานรำลึกเชิดชูพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับพระกรณียกิจปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะสิทธิสตรีและผู้ต้องขังหญิง

ภาพพระกรณียกิจ: ภาพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จัดแสดงบนผนังนิทรรศการ
ภาพพระกรณียกิจ: ภาพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จัดแสดงบนผนังนิทรรศการ ‘พัชรกิติยาภา เจ้าหญิงแห่งโดม: แรงบันดาลใจนิรันดร์’ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาวิชากฎหมาย นิทรรศการจัดแสดงถึงวันที่ 15 ต.ค. ที่วิทยาเขตท่าพระจันทร์และรังสิต (ภาพ: ภัทรพงศ์ ฉัตรภัทรศิลป์)

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมจัดงานรำลึกในชื่อ ‘มรดกแห่งความยุติธรรมและความเมตตา’ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเชิดชูพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

งานซึ่งจัดขึ้นที่อาคารสหประชาชาติ ได้เน้นย้ำถึงพระกรณียกิจและคุณูปการของพระองค์ต่อกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการทรงเป็นกระบอกเสียงเพื่อสิทธิและชีวิตที่ดีขึ้นของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง รวมถึงผู้ต้องขังหญิง

นางสาวเจเนล ไวส์แมน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ UN Women ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า พระองค์ทรงสร้างมรดกอันยั่งยืนผ่านความพยายามในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง การขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิง และการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง

‘ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งและทรงพลังที่จะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง รวมถึงผู้ที่อยู่ในเรือนจำ การนำของพระองค์ในการส่งเสริมการขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงนั้นมีผลกระทบอย่างมาก’ นางสาวไวส์แมนกล่าว และเสริมว่า ‘พระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นโฆษกสำหรับการรณรงค์ระดับโลกของสหประชาชาติ ช่วยกำหนดกฎหมายที่ดีขึ้นในประเทศไทย และสร้างหนทางสู่การเปลี่ยนแปลงทั่วโลก’

นางสาวไวส์แมนกล่าวต่อไปว่า พระกรณียกิจของพระองค์ได้ช่วยวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างในการปกป้องสิทธิของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิง

นายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวว่า ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ (Bangkok Rules) ซึ่งเป็นผลจากพระดำริของพระองค์ ได้ยกระดับมาตรฐานสากลสำหรับการคุ้มครองและปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และช่วยสร้างโอกาสให้พวกเธอได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

TIJ จะยังคงทำงานร่วมกับ UNODC เพื่อเร่งผลักดันการนำ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ ไปปฏิบัติ รวมถึงการนำประสบการณ์ของผู้หญิงที่เคยถูกคุมขังซึ่งมีส่วนร่วมในโครงการริเริ่มทางสังคมต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์

‘พระองค์ทรงช่วยเปลี่ยนแนวคิดการอภิปรายโดยนำ ‘มิติความเป็นมนุษย์’ เข้าสู่การพิจารณา ก่อนหน้านี้ ระบบถูกมองส่วนใหญ่ผ่านมุมมองทางกฎหมายและสถาบัน พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยเสนอแนวคิดที่ล้ำหน้าไป 10 ถึง 15 ปี และเน้นย้ำว่าบริการยุติธรรมควรได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้คนเป็นหลัก’ นายพิเศษกล่าว

นางสาวเดลฟิน ชานซ์ ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า พระองค์ในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNODC ด้านหลักนิติธรรม ได้ทรงช่วยเปลี่ยนแนวคิดเชิงนโยบายให้เป็นมาตรฐานสากลผ่าน ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’

‘พระองค์ทรงเข้าใจดีว่าผู้หญิงต้องการการปฏิบัติที่แตกต่าง และทรงปูทางให้รัฐสมาชิกอื่น ๆ นำแนวทางปฏิบัติที่คล้ายคลึงกันไปปรับใช้’ นางสาวชานซ์กล่าว

ที่มา: Bangkok Post