พบศพที่ 3 ลูกเรือประมงไทยอับปางที่ตราด สูญหายอีก 2 ราย
เจ้าหน้าที่พบศพลูกเรือประมงไทยลำที่ 3 ที่อับปางนอกชายฝั่งตราดแล้ว ขณะที่ลูกเรืออีก 2 รายยังคงสูญหายและคาดว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ตราด – พบร่างลูกเรือคนที่สามของเรือประมงที่อับปางนอกชายฝั่งจังหวัดทางตะวันออกแห่งนี้เมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว ลอยอยู่ในอ่าวไทย ขณะที่ลูกเรืออีกสองคนยังคงสูญหายและคาดว่าเสียชีวิตแล้ว
นายจักรกฤษณ์ แสงภาร์ท อาสาสมัครกู้ภัย เปิดเผยว่า ร่างของนายวันทอง นวล สัญชาติกัมพูชา อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นช่างเครื่องบนเรือประมง โชคกัญญา พบห่างจากจุดที่เรือจมลงในทะเลที่มีพายุเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ประมาณ 80 กิโลเมตร
เรือประมงขนาด 17 ตันกรอสตันลำนี้มีลูกเรือ 5 คน ประกอบด้วยกัปตันชาวไทย 1 คน และชาวกัมพูชา 4 คน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้เริ่มค้นหาหลังจากได้รับแจ้งว่าเรือลำดังกล่าวหายไป
ต่อมาพบว่าเรือได้พลิกคว่ำและจมลงในน้ำลึก 25 เมตร ห่างจากเกาะกูด 3 ไมล์ทะเล สาเหตุของการจมเชื่อว่ามาจากสภาพทะเลที่รุนแรงและลมแรง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ค้นหาพบร่างลูกเรือที่หายไปสองคนลอยขึ้นฝั่งที่หาดบนเกาะกูด โดยระบุตัวตนได้คือนายทิศ ยิ้ม อายุ 47 ปี ชาวกัมพูชา และนายทัตเทพ พุทธการณ์ อายุ 31 ปี กัปตันเรือ
เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันจันทร์ ชาวประมงได้พบศพอีกรายลอยอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งบ้านใหญ่หม่อง อำเภอแหลมงอบ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ถูกส่งไปเก็บกู้ร่างกล่าวว่า ชายคนดังกล่าวลอยคว่ำหน้าอยู่ โดยศีรษะถูกปลากัดแทะจนเห็นกระดูกและมีปูแทะกินไปบ้างแล้ว ร่างกายเริ่มเน่าเปื่อย สวมเพียงกางเกงในเท่านั้น ร่างถูกนำขึ้นฝั่งที่ท่าเรือแหลมงอบ และนายอำนาจ สุดสงวน เจ้าของเรือ ได้ยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ หลังจากนี้จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์ตามกฎหมาย
นายณรงค์ ชัยศิริ นายกสมาคมการประมงจังหวัดตราด กล่าวว่า การค้นหาลูกเรือที่เหลืออีกสองคน คือนายชื่น และนายลาน เทื่ม ยังคงดำเนินต่อไป โดยคาดว่าทั้งสองคนเสียชีวิตแล้ว
นายณรงค์กล่าวว่า ลูกเรือออกไปหาปลาและเติมเชื้อเพลิงก่อนที่เรือจะประสบพายุและประสบเหตุพลิกคว่ำ สมาคมและเจ้าของเรือจะให้ความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือและเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย ตามกรมธรรม์ประกันภัยและสวัสดิการสำหรับลูกเรือและเรือที่เกี่ยวข้อง คาดว่าการจ่ายเงินชดเชยจะอยู่ที่ 700,000-800,000 บาทต่อเหยื่อหนึ่งราย โดยผู้รับผลประโยชน์จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นญาติทางสายเลือด นายณรงค์กล่าวเสริมว่า ซากเรือที่จมจะถูกกู้ขึ้นมาตรวจสอบและส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาเงินชดเชย
ที่มา: Bangkok Post