ไทยขยายเส้นทางบินเชื่อมเวียดนามและยูเออี ชูฮับการบินภูมิภาค

ท่าอากาศยานไทย (AoT) จับมือ Vietnam Airlines และ flydubai เพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ พร้อมพัฒนาระบบ ATC สนามบินภูมิภาค หวังกระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

ผู้โดยสารต่อคิวที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ (ภาพไฟล์ของบางกอกโพสต์)
ผู้โดยสารต่อคิวที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ (ภาพไฟล์ของบางกอกโพสต์)

ท่าอากาศยานไทย (AoT) กำลังขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศผ่านความร่วมมือใหม่กับสายการบินเวียดนาม (Vietnam Airlines) และฟลายดูไบ (flydubai) ในความพยายามที่จะเสริมสร้างตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน

สายการบินเวียดนาม ได้เปิดเส้นทางบินใหม่ โฮจิมินห์-ภูเก็ต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงกับ AoT โดยให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เสนอที่นั่งมากถึง 39,500 ที่นั่งต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเวียดนาม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยมากกว่า 300,000 คนในช่วงครึ่งแรกของปี

ขณะเดียวกัน สายการบินฟลายดูไบ ได้เริ่มให้บริการเส้นทางบินตรง ดูไบ-กรุงเทพฯ ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม หลังจากการหารือกับ AoT ในงาน Routes World 2025 โดยสายการบินมีแผนที่จะเพิ่มบริการเป็นสองเที่ยวบินต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป ทำให้มีเที่ยวบินระหว่างดูไบและประเทศไทยมากถึง 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ยกระดับสนามบินภูมิภาค

ในการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมที่จะนำระบบจัดการจราจรทางอากาศใหม่มาใช้ในสนามบินภูมิภาค เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบิน สนับสนุนการท่องเที่ยว และเสริมสร้างการเชื่อมโยงกับเมืองรอง

นางสาวลลิดา เพศษวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้ขอให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท. หรือ Aerothai) นำระบบบริการข้อมูลการบินสนามบิน (Aerodrome Flight Information Service หรือ AFIS) มาใช้ในประเทศไทย

ระบบ AFIS ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและกระบวนการอัตโนมัติในการให้ข้อมูลการบินสนามบิน ระบบนี้ออกแบบมาสำหรับสนามบินที่มีปริมาณการจราจรค่อนข้างน้อย และคาดว่าจะช่วยปรับปรุงการจัดการน่านฟ้า ลดความต้องการบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ระบบ AFIS จะถูกนำร่องใช้ที่สนามบินแพร่และสนามบินเพชรบูรณ์ภายในปี 2028 ก่อนที่จะพิจารณาใช้กับสนามบินภูมิภาคอื่นๆ โดยนางสาวลลิดากล่าวเน้นว่าสนามบินพิษณุโลกเป็นประตูยุทธศาสตร์สู่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และตาก

ที่มา: Bangkok Post