เออร์โดกันหนุนคลอดธรรมชาติ หวังลดผ่าคลอดสูงในตุรกี

ประธานาธิบดีเออร์โดกันเรียกร้องให้ผู้หญิงชาวตุรกีเลือกการคลอดธรรมชาติ เหนือการผ่าคลอด เนื่องจากตุรกีมีอัตราการผ่าคลอดสูงมากถึง 50-53% ซึ่งเกินคำแนะนำของ WHO

ประธานาธิบดีตุรกี เรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน พูดคุยในการแถลงข่าวระหว่างการประชุมสุดยอด NATO ที่อังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ
ประธานาธิบดีตุรกี เรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน พูดคุยในการแถลงข่าวระหว่างการประชุมสุดยอด NATO ที่อังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ

ประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ของตุรกี ออกมากระตุ้นให้ชาวตุรกีเลือกการคลอดบุตรแบบธรรมชาติ แทนการผ่าคลอด โดยอ้างว่าการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยให้ประเทศมีประชากรเพิ่มขึ้น และป้องกันการล้มป่วยที่อาจเกิดจากการผ่าตัด

ผู้นำตุรกีย้ำระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในนครอิสตันบูลว่า ‘การคลอดบุตรด้วยวิธีผ่าตัดนั้นทำให้ไม่สามารถมีบุตรสองคนแรกได้อย่างสบายใจ การคลอดธรรมชาติคือสิ่งสำคัญ’

เขาตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการผ่าคลอดในตุรกีสูงถึง 50-53% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ไม่ควรเกิน 15%

เออร์โดกันได้กล่าวถึงเรื่องนี้หลายครั้ง โดยเน้นย้ำถึงความกังวลของรัฐบาลเกี่ยวกับประชากรที่ลดน้อยลงในปี 2014 และได้เรียกร้องให้ผู้หญิงมีบุตรอย่างน้อย 3 คน มาตั้งแต่ปี 2008

เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลของเขาก็ได้ยกเลิกสิทธิ์ในการเข้ารับการผ่าตัดคลอดโดยไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการคลอดบุตรคนที่สามขึ้นไป เว้นแต่จะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตุรกีให้เหตุผลว่า การผ่าคลอดช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เนื่องจากใช้เวลาเพียง 30 นาที เมื่อเทียบกับการคลอดธรรมชาติที่อาจใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมง

ผู้หญิงตะโกนคำขวัญระหว่างการประท้วง ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันอาทิตย์
ผู้หญิงตะโกนคำขวัญระหว่างการประท้วง ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม กลุ่มแพทย์ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าการคลอดธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งต่อมารดาและเด็กในระยะยาวได้มากกว่า

ที่มา: South China Morning Post