สัญญาณบวกทองคำ: ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่มต่อเนื่อง

YLG ชี้ราคาทองระยะสั้นพักตัวที่ 4,000 ดอลลาร์ แต่ระยะยาวเป็นขาขึ้น ผลสำรวจพบ 45% ของธนาคารกลางเตรียมซื้อทองเพิ่ม ลดการถือครองดอลลาร์.

gold-positive-signal-central-banks-to-buy-more

วายแอลจีชี้ให้จับตาทองคำที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยระยะสั้นราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงพักฐาน แต่ในระยะยาวมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น ผลสำรวจระบุว่า 45% ของธนาคารกลางทั่วโลกส่งสัญญาณว่าจะเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลดการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากทองคำได้แสดงบทบาทได้ดีในช่วงวิกฤต วายแอลจีแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์การทยอยซื้อแบบถัวเฉลี่ยเพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาทองคำในระยะสั้น

วันนี้ (28 มิ.ย. 2569) น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมาพักฐานอยู่ในโซน 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นจากความคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์นี้นับว่าน่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากเมื่อเทียบกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA) ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4,474 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ พบว่าราคาปัจจุบันต่ำกว่าเส้นดังกล่าวถึง 10.6%

จากสถิติตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 7 ครั้งที่ราคาทองคำปรับตัวลงต่ำกว่าเส้น SMA200 ในระดับลึกสุดถึงประมาณ 10% เช่นกัน และหลังจากนั้นราคาจะเริ่มสร้างฐานได้และฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง นี่จึงถือว่าเป็นข้อมูลทางสถิติที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง

น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)
น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

ในส่วนของระยะยาว ทองคำยังมีโอกาสที่จะปรับตัวเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก สภาทองคำโลก (WGC) ระบุข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี พบว่าธนาคารกลางทั่วโลกได้เข้าซื้อทองคำสะสมโดยเฉลี่ยสูงถึง 1,000 ตันต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้าที่เฉลี่ยเพียง 500 ตันต่อปี การเร่งสะสมทองคำอย่างจริงจังนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเปราะบาง

นอกจากนี้ สภาทองคำโลกยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของธนาคารกลางทั่วโลกเกี่ยวกับทิศทางความต้องการทองคำในอนาคต โดยมีธนาคารกลางเข้าร่วมตอบแบบสอบถามทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 76 แห่ง ธนาคารกลางส่วนใหญ่ถึง 89% เชื่อว่าปริมาณทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีกใน 12 เดือนข้างหน้า โดย 45% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสอบถามตั้งใจที่จะเพิ่มการซื้อทองคำเข้าคลังของตนเอง ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ระบุว่าจะถือครองเท่าเดิม มีเพียง 1% เท่านั้นที่คิดจะลดการถือครอง

สัญญาณบวก “ทองคำ” ยังไปต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่ม
สัญญาณบวก “ทองคำ” ยังไปต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่ม

ธนาคารกลางทั่วโลกยังมองว่า การที่ทองคำมีผลงานที่ดีในช่วงวิกฤตเป็นเหตุผลสำคัญในการซื้อเพิ่ม อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ, ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และที่สำคัญที่สุดคือใช้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ ธนาคารกลางส่วนใหญ่ถึง 74% มีแผนที่จะลดการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในทุนสำรองโลก ซึ่งจะลดลงในระดับปานกลางถึงมีนัยสำคัญในอีก 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่สัดส่วนของเงินยูโรและเงินหยวนจะคงเดิม แต่สัดส่วนการถือครองทองคำจะเพิ่มขึ้น

จากผลสำรวจนี้ ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งยังคงให้น้ำหนักทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว สำหรับคำแนะนำนักลงทุนในภาวะที่ทองคำระยะสั้นยังปรับตัวลดลงได้อีก แต่ระยะยาวยังเป็นขาขึ้นนั้น การใช้กลยุทธ์การทยอยซื้อสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ Dollar-Cost Averaging (DCA) ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมือใหม่และรายย่อย

อ่านข่าว: “ทองคำ” เช้านี้ +350 บาท ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์ร่วง ดันทองแท่งขายออก 63,000 บาท สรุปราคาทองคำ 25 มิ.ย. 2569 ปิดตลาด -1,300 บาท ผันผวน 34 ครั้ง “ทองคำ” ครึ่งวันดิ่ง -1,300 ผันผวน 21 ครั้ง “ทองแท่ง” รับซื้อ 62,850 บาท

ที่มา: ThaiPBS