⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 8 สิงหาคม 2569

ลูกบอล ‘หัตถ์พระเจ้า’ ของมาราโดนา เตรียมประมูลในสหรัฐฯ

🕒 8 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV

ลูกฟุตบอลที่ ดิเอโก มาราโดนา อดีตตำนานนักเตะชาวอาร์เจนตินา ใช้ทำประตูที่รู้จักกันในชื่อ ‘หัตถ์พระเจ้า’ (Hand of God) ซึ่งช่วยให้อาร์เจนตินาคว้าชัยชนะเหนืออังกฤษในฟุตบอลโลกปี 1986 คาดว่าจะถูกประมูลในสหรัฐอเมริกาได้ในราคาสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 360 ล้านบาท) ในเดือนนี้

ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1986 ระหว่างอาร์เจนตินาและอังกฤษ ซึ่งดิเอโก มาราโดนา ทำประตู “หัตถ์พระเจ้า” กำลังถูกจัดแสดงก่อนการประมูลที่ Heritage Auctions ในเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันศุกร์ ภาพ: AFP
ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1986 ระหว่างอาร์เจนตินาและอังกฤษ ซึ่งดิเอโก มาราโดนา ทำประตู “หัตถ์พระเจ้า” กำลังถูกจัดแสดงก่อนการประมูลที่ Heritage Auctions ในเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันศุกร์ ภาพ: AFP

ประตูอันอื้อฉาวของ มาราโดนา เกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา โดยเขาใช้มือชกบอลข้ามผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ส่งผลให้อาร์เจนตินาเอาชนะไปได้ 2-1 หลังจบเกม มาราโดนา ตำนานนักเตะชาวอาร์เจนตินากล่าวว่าประตูนี้เกิดจาก ‘ส่วนหนึ่งมาจากศีรษะของมาราโดนา และอีกส่วนหนึ่งมาจากหัตถ์ของพระเจ้า’ โดยสุดท้ายแล้วอาร์เจนตินาก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปีนั้นไปครอง

Heritage Auctions ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส คาดการณ์ว่าลูกฟุตบอลลูกนี้จะสามารถทำเงินได้แปดหลัก เมื่อเปิดการประมูลตั้งแต่วันที่ 21 ถึง 23 สิงหาคม โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายแดน อิมเลอร์ รองประธานฝ่ายกีฬาของ Heritage Auctions กล่าวว่า ‘ผมคิดว่านี่คือลูกฟุตบอลที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในวงการฟุตบอลได้อย่างง่ายดาย’

แฟนบอลชาวอาร์เจนตินารวมตัวกันในไมอามี รัฐฟลอริดา ในเดือนกรกฎาคม พร้อมธงที่มีรูปดิเอโก มาราโดนา ภาพ: Reuters
แฟนบอลชาวอาร์เจนตินารวมตัวกันในไมอามี รัฐฟลอริดา ในเดือนกรกฎาคม พร้อมธงที่มีรูปดิเอโก มาราโดนา ภาพ: Reuters

เขายังตั้งข้อสังเกตอีกว่าลูกฟุตบอลลูกเดียวกันนี้ มาราโดนา ก็ใช้ในการทำประตูที่เรียกว่า ‘ประตูแห่งศตวรรษ’ (Goal of the Century) ในการแข่งขันเดียวกัน ซึ่งเขาเลี้ยงลูกผ่านกองหลังอังกฤษหลายคนก่อนจะยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป

ที่มา: South China Morning Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง