⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 9 สิงหาคม 2569

กลุ่มฮูตีเยเมนโจมตีโรงกลั่นซาอุฯ หลังซาอุฯ ลงนามข้อตกลงป้องกัน

🕒 10 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV
ภาพแสดงหุ่นจำลองโดรนและขีปนาวุธที่ผลิตโดยกลุ่มฮูตี ณ จัตุรัสในกรุงซานา เยเมน โดยกลุ่มฮูตีอ้างว่าได้โจมตีโรงกลั่นจาซานของซาอุดีอารามโคเมื่อวันอาทิตย์
ภาพแสดงหุ่นจำลองโดรนและขีปนาวุธที่ผลิตโดยกลุ่มฮูตี ณ จัตุรัสในกรุงซานา เยเมน โดยกลุ่มฮูตีอ้างว่าได้โจมตีโรงกลั่นจาซานของซาอุดีอารามโคเมื่อวันอาทิตย์

กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ทำการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อารามโค (Saudi Aramco) ในเมืองจาซาน (Jazan) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสองวันหลังจากที่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้ลงนามข้อตกลงป้องกันประเทศกับตุรกีและปากีสถาน เพื่อตอบสนองต่อความไม่มั่นคงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ในแถลงการณ์แยกต่างหาก กองทัพเยเมนระบุว่ากลุ่มฮูตีได้ดำเนินการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในเมืองโมชา (Mocha) ซึ่งเป็นเมืองท่าริมทะเลแดงของเยเมน

พันธมิตรกับตุรกีและปากีสถาน ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ และเป็นประเทศมุสลิมนิกายสุหนี่ มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างการป้องปรามร่วมกันต่อการกระทำอันก้าวร้าวใดๆ และกำหนดว่าการโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศนี้จะถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าปากีสถานหรือตุรกีจะเข้าร่วมในการตอบโต้ของซาอุดีอาระเบียต่อการโจมตีล่าสุดนี้หรือไม่ และจะเข้าร่วมอย่างไร

กลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างว่าซาอุดีอาระเบียได้ปิดล้อมพวกเขา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ริยาดปฏิเสธ

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าเกิดเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมัน แต่ต่อมาก็สามารถดับไฟได้โดยไม่มีผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ โดยไม่ได้ระบุสาเหตุ โฆษกกองทัพ ยาห์ยา ซารี (Yahya Saree) ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า กลุ่มฮูตีใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นแห่งนี้ พวกเขาเคยโจมตีแหล่งน้ำมันของอารามโคในเมืองจาซานมาก่อน ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่แปรรูปน้ำมันดิบ 400,000 บาร์เรลต่อวันในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้พวกเขายังเคยโจมตีเมืองยันบู (Yanbu) ริมทะเลแดงด้วยเช่นกัน

ที่มา: South China Morning Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง