⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 31 กรกฎาคม 2569

นายก อบจ.เชียงใหม่ นำทีมพัฒนา ‘วัดเจ็ดยอด’ รับประเมินมรดกโลก

🕒 31 กรกฎาคม 2569 ⏱️ อ่าน 5 นาที 👁️ 4 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV

เชียงใหม่ – นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นำทีมงานฝ่ายช่าง พร้อมกำลังพลทหารราบที่ 7 และประชาชนจิตอาสา ร่วมใจพัฒนาภูมิทัศน์วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง เพื่อเตรียมพร้อมรับคณะผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก ซึ่งจะเดินทางลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569 เพื่อตรวจประเมินเชียงใหม่ในการเสนอชื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยเบื้องต้นมั่นใจในความพร้อมของพื้นที่

วันนี้ (31 ก.ค. 2569) ณ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีมงานฝ่ายช่าง อบจ.เชียงใหม่ กำลังพลทหารราบที่ 7 วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาภูมิทัศน์ ทำความสะอาด และตัดแต่งกิ่งไม้ ตลอดจนหญ้าบริเวณวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญ

การดำเนินการนี้มีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับการต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาหลักขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ที่จะเข้าตรวจประเมินหน้างาน (Advisory Mission) ระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมหลักทั้ง 8 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย 7 พระอารามสำคัญ และ 1 แนวคูเมืองกำแพงเมืองโบราณ ได้แก่ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง, วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม, วัดสวนดอก, วัดเชียงมั่น, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และแนวคูเมืองกำแพงเมืองเชียงใหม่ เพื่อรองรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานสากล

ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้การสนับสนุนการผลักดันจังหวัดเชียงใหม่สู่การเป็นมรดกโลกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 ด้วยงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท และใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 10 ล้านบาท ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ จนกระทั่งปัจจุบันพื้นที่ทั้ง 8 แห่งมีความพร้อมสำหรับการตรวจประเมินแล้ว

นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จะถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์มรดกอารยธรรมล้านนา และยังจะเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติในการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งมรดก หากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

ที่มา: MGR Online

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง