รัฐมนตรีสั่งเร่งแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งสงขลา หวั่นกระทบถนนสายหลัก
สงขลา: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีคมนาคมไทย สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการเพื่อยับยั้งการกัดเซาะชายฝั่งในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พร้อมเตือนว่าปัญหานี้อาจเป็นภัยคุกคามต่อทางหลวงหมายเลข 43 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

นายพิพัฒน์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการกัดเซาะใกล้กับพื้นที่พักผ่อนริมทางหลวงหมายเลข 43 เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นบริเวณที่แนวชายฝั่งบางส่วนได้ถอยร่นไปแล้วกว่า 100 เมตร ตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 5 เมตร รัฐมนตรีไทยกล่าวว่าทางหลวงหมายเลข 43 เชื่อมต่อจังหวัดสงขลากับปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และเตือนว่าการกัดเซาะที่คืบหน้าอาจส่งผลกระทบต่อช่องจราจรและการเดินทางของประชาชนในที่สุด
นายพิพัฒน์ชี้ว่าพื้นที่ชายฝั่งประมาณ 500 เมตร จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและมาตรการป้องกัน เนื่องจากการกัดเซาะจะรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูฝนเนื่องจากลมแรงและคลื่นสูง ความพยายามในการแก้ไขปัญหามีความซับซ้อนจากปัญหาเขตอำนาจและกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยบางพื้นที่ได้รับผลกระทบอยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า ขณะที่บางพื้นที่เป็นของเอกชน
เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานเกี่ยวกับมาตรการป้องกันชายฝั่งที่เหมาะสม รวมถึงบริเวณรอบท่าเรือ ในขณะที่บางพื้นที่ได้มีการวางหินเป็นแนวป้องกันชั่วคราวเพื่อต้านทานคลื่นแรง
นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า หน่วยงานจังหวัดสงขลา และกรมทางหลวง พิจารณาการจัดสรรงบประมาณ ความรับผิดชอบ และแบบแผนการก่อสร้างขั้นสุดท้าย โดยเน้นย้ำว่ามาตรการต่างๆ ควรแก้ไขปัญหาแนวชายฝั่งโดยรวม โดยไม่ทำให้เกิดการกัดเซาะในพื้นที่ใกล้เคียง
ต่อมา นายพิพัฒน์ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลเทพา ซึ่งเขาได้รับฟังข้อกังวลจากบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมและการเข้าถึงพื้นที่ โรงพยาบาลขนาด 72 เตียงแห่งนี้ให้บริการประชาชนในอำเภอเทพาและจะนะ รวมถึงผู้ป่วยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าน้ำท่วมในช่วงปี 2564-2565 ส่งผลกระทบต่อสถานพยาบาลหลายแห่งในสงขลา และโรงพยาบาลเทพาได้เสนอแผนงบประมาณประมาณ 35 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารและพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยและกายภาพบำบัด พร้อมยื่นประเมินความเสียหายต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณ
ที่มา: Bangkok Post