⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 5 กันยายน 2569

ผู้รับสวัสดิการรัฐลดลง หลังเกณฑ์คัดกรองเข้มงวดขึ้น

🕒 17 กรกฎาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 25 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
ฝูงชนรวมตัวกันที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เพื่อขอความช่วยเหลือในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ (ภาพ: ภัทรพงศ์ ฉัตรภัทรศิลป์)
ฝูงชนรวมตัวกันที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เพื่อขอความช่วยเหลือในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ (ภาพ: ภัทรพงศ์ ฉัตรภัทรศิลป์)

จำนวนผู้มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐของไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังกระทรวงการคลังได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองคุณสมบัติและขยายขอบเขตการตรวจสอบข้อมูล โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์สำหรับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2026 เพียง 9.5 ล้านคน จากผู้ยื่นขอ 18.8 ล้านคน

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ในครั้งนี้ลดลงจาก 13.2 ล้านคนในโครงการครั้งก่อนหน้า โดยมีผู้สมัคร 5.76 ล้านคนไม่ผ่านเกณฑ์รายได้เดิม และอีก 3.56 ล้านคนถูกตัดสิทธิ์ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่

นายวินิจกล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนผู้รับสวัสดิการลดลงมาจากการปรับปรุงระบบการตรวจสอบรายได้ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้การคัดกรองส่วนใหญ่พึ่งพาข้อมูลจากการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรใช้บันทึกภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยืนยันรายได้ที่แท้จริง รวมถึงสำหรับผู้ที่ไม่ได้ยื่นภาษีด้วย

หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐยังไม่รวมถึงกรรมการบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วน รวมถึงผู้ถือหลักทรัพย์และตราสารหนี้ นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐยังได้เชื่อมโยงการคัดกรองกับข้อมูลโฉนดที่ดินอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารอีกด้วย

กระทรวงการคลังได้เปลี่ยนจากการประเมินรายได้ครัวเรือนเป็นการประเมินรายได้รายบุคคล โดยยังคงเพดานรายได้ต่อปีไว้ที่ 100,000 บาทต่อคน เพื่อให้สามารถระบุผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ผลการลงทะเบียนจะประกาศตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันศุกร์นี้ ผู้รับสวัสดิการรายใหม่จะต้องยืนยันตัวตน ส่วนผู้รับสวัสดิการเดิมที่มีสิทธิ์จะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง