เปิดโปงขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น: พบการแก้ไขคะแนนสอบ สร้างความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท

เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลแก๊งโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังพบหลักฐานแก้คะแนนอิเล็กทรอนิกส์ คาดเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท พร้อมพิจารณาผู้สอบผ่าน

thailand-local-officer-exam-fraud

เปิดโปงกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบหลักฐานการแก้ไขคะแนน

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นสำนักงาน พบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ โดยมีข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 รายกำลังนำข้อมูลที่แก้ไขบนกระดาษคำตอบกรอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อส่งกลับไปยังหน่วยงานที่จัดสอบ

คดีนี้เริ่มต้นจากผู้ร้องเรียนที่มอบพยานหลักฐานและคลิปเสียง ระบุว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่าสามารถใช้ ‘เส้นสาย’ เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น โดยมีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาทสำหรับตำแหน่งทั่วไป และสูงถึง 700,000-800,000 บาทสำหรับพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง การสอบดังกล่าวเป็นการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัคร 87 ตำแหน่ง รวม 6,669 อัตรา และทำการสอบไปเมื่อเดือนธันวาคม 2568

ขยายผลต้นตอการทุจริต: นายพิชิต ข้าราชการท้องถิ่นผู้บงการ

จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของบริษัทที่เป็นศูนย์กลางของการทุจริตคือนายพิชิต ซึ่งเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบูรณ์ เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ในสถานที่ดังกล่าว การตรวจค้นพบของกลางจำนวนมาก ได้แก่ คอมพิวเตอร์และซีพียู 18 ชุดที่ใช้แก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลที่บรรจุข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ, บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบที่ถูกกำหนดให้แก้ไขคะแนน และสำเนากระดาษคำตอบของการสอบเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 คน

เบื้องต้นพบว่ามีการแก้ไขคะแนนไปแล้วประมาณ 2,000 คน ซึ่งการทุจริตครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายแก่ภาครัฐมากกว่า 4,500 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และกำลังเร่งขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงข้าราชการและผู้เข้าสอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

รูปแบบการทุจริตและแนวทางการดำเนินคดี

นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์สถานที่ดังกล่าวเป็นเวลา 3 วัน หลังจากได้รับเบาะแส พบความเคลื่อนไหวผิดปกติของบุคคลเข้า-ออก จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้น และพบทั้งคอมพิวเตอร์ เอกสาร รวมถึงกระดาษคำตอบที่อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไข

พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. อธิบายว่า รูปแบบการกระทำการทุจริตไม่ได้เป็นการลบและฝนคำตอบใหม่บนกระดาษคำตอบโดยตรง แต่เป็นการแก้ไขข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยคัดแยกร่างผู้สมัครที่จ่ายเงินออกจากผู้สมัครทั่วไป ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลและกำหนดข้อที่ต้องแก้ไข จากนั้นจึงส่งข้อมูลกลับไปยังต้นทาง เพื่อแก้ไขผลคะแนนให้สอดคล้องกับที่ต้องการ

ขบวนการนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีนายพิชิตเป็น ‘กลางน้ำ’ เชื่อมโยงกับ ‘ปลายน้ำ’ คือตัวแทนนายหน้าหรือติวเตอร์ที่ทำหน้าที่แสวงหาผู้ต้องการสอบบรรจุเข้ารับราชการ ส่วน ‘ต้นน้ำ’ ยังต้องสืบสวนหาผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อว่านายพิชิตไม่ได้ทำคนเดียว และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเป็นรายบุคคล หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต อาจถูกดำเนินการทั้งทางอาญา ทางวินัย และอาจมีผลต่อสถานะตำแหน่งตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด เนื่องจากอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งการจับกุมครั้งนี้มีความชัดเจนมาก ป.ป.ช. เชื่อว่ากระบวนการไต่สวนจะใช้เวลาไม่นาน และจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงประชาชนที่จ่ายเงินทุจริตการสอบด้วย นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาแจ้งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.มหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับทราบเรื่องนี้ต่อไป

ที่มา: ThaiPBS