อดีตผู้บริหาร ปตท.สผ. คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ถูกจับที่อินโดนีเซีย

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า อดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจสากลในคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ได้ถูกจับกุมตัวที่ประเทศอินโดนีเซีย และกำลังถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทย
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า นายเผ่าเดช วรบุตร อดีตผู้บริหาร ปตท.สผ. คาดว่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในคืนวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากการจับกุมในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง ป.ป.ช. ตำรวจสากล และหน่วยงานต่อต้านการทุจริตระหว่างประเทศ
นายนิวัติไชยกล่าวว่า ทีมงานจาก ป.ป.ช. ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศและสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปยังอินโดนีเซียเพื่อนำตัวนายเผ่าเดชกลับประเทศไทย
คดีสินบนโรลส์-รอยซ์: การทุจริตข้ามชาติในภาคพลังงานไทย
คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ถือเป็นคดีทุจริตข้ามชาติครั้งสำคัญที่เชื่อมโยงกับภาคพลังงานของประเทศไทย คดีนี้เริ่มต้นจากการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ในภาคเอกชนของไทย ก่อนที่ ป.ป.ช. จะเข้ามารับช่วงการสอบสวนและพบหลักฐานที่เชื่อมโยงแผนการติดสินบนดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่รัฐของไทย
ต่อมา ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายเผ่าเดชในข้อหาประพฤติมิชอบ ในช่วงที่เกิดเหตุการทุจริตนั้น นายเผ่าเดชดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการผลิตปิโตรเลียมในประเทศ (TOA) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการร่วมทุน
หน่วยงานต่อต้านการทุจริตพบว่า นายเผ่าเดชใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อช่วยให้บริษัท Rolls-Royce Energy Systems ได้รับสัญญาจาก ปตท.สผ. ในการจัดหากังหันก๊าซสำหรับเครื่องอัดก๊าซในโครงการแหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์
นายเผ่าเดชยังถูกกล่าวหาว่ารับเงินสินบนผ่านบริษัทตัวกลางเป็นจำนวนทั้งสิ้น 300,543 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 10 ล้านบาทในขณะนั้น
การหลบหนีและการประสานงานเพื่อจับกุม
ระหว่างการดำเนินคดี นายเผ่าเดชได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยไปยังมาเลเซีย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังอินโดนีเซียเพื่อซ่อนตัว หลังจากนั้น ป.ป.ช. ได้ขอให้ตำรวจสากลออกหมายแดงเพื่ออำนวยความสะดวกในการจับกุม
นายนิวัติไชยกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการแบ่งปันข้อมูลและประสานความร่วมมือระหว่าง ป.ป.ช. กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของมาเลเซีย (MACC) คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซีย (KPK) และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของอินโดนีเซีย
ป.ป.ช. จะรับตัวนายเผ่าเดชมาควบคุมและนำตัวส่งต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เลขาธิการ ป.ป.ช. ย้ำว่า ผลการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด นายเผ่าเดชยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล
ที่มา: Bangkok Post