⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 8 กันยายน 2569

แผนประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติไทย ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน

🕒 8 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 6 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
เจ้าหน้าที่ใช้รถแบ็คโฮกำจัดเศษซากและขยะในทางน้ำ ที่สะพานมิตรภาพ 1 เพื่อปรับปรุงการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วม หลังจากฝนตกหนักเมื่อเช้าวันจันทร์ ทำให้น้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา จนระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึงขั้นวิกฤต สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่ใช้รถแบ็คโฮกำจัดเศษซากและขยะในทางน้ำ ที่สะพานมิตรภาพ 1 เพื่อปรับปรุงการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วม หลังจากฝนตกหนักเมื่อเช้าวันจันทร์ ทำให้น้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา จนระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึงขั้นวิกฤต สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

รัฐบาลไทยเตรียมเปิดตัวโครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยมีแผนจะเปิดตัวโครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ 30 ล้านครัวเรือน จากภัยน้ำท่วม พายุลมแรง และแผ่นดินไหว โดยรัฐบาลจะใช้งบประมาณประมาณ 15.5 พันล้านบาทต่อปีสำหรับเบี้ยประกันภัย

รองโฆษกรัฐบาลไทย พล.ต.อ.หญิง พัชรนันท์ สร้อยสังวาลย์ (นามสมมติ) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการของระบบประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติแล้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้

รายละเอียดและผลประโยชน์ของแผนประกันภัยภัยพิบัติ

ภายใต้แผนเบื้องต้น ครัวเรือนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจะได้รับเงินชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาทต่อเหตุการณ์ ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากลมพายุหรือแผ่นดินไหวจะได้รับ 5,000 บาท การชดเชยทั้งหมดจะจำกัดอยู่ที่ 100,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเหตุการณ์ การจ่ายเงินเบื้องต้นจะดำเนินการภายใน 15 วัน พร้อมเงินชดเชยเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติที่อยู่ในความคุ้มครอง ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินชดเชย 2 ล้านบาท

รัฐบาลไทยคาดการณ์ว่าเบี้ยประกันภัยรายปีประมาณ 15.5 พันล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการบรรเทาสาธารณภัยที่เคยจ่ายไปในปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ เสบียงบรรเทาทุกข์ ศูนย์อพยพ และอาหาร

พล.ต.อ.หญิง พัชรนันท์ กล่าวว่า การใช้จ่ายดังกล่าวถือเป็นการลงทุนล่วงหน้าในการป้องกันความเสี่ยง แม้ในปีที่ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดการการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น และให้ความคุ้มครองที่กว้างขวางขึ้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจัดตั้งระบบและป้องกันไม่ให้แผนดังกล่าวทับซ้อนกับมาตรการบรรเทาทุกข์และการชดเชยภัยพิบัติที่มีอยู่เดิม

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง