⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 6 กันยายน 2569

ยึดเรือดำน้ำ 2 ลำ เกาะราชาใหญ่ ภูเก็ต หลังขู่ทำลายปะการัง

🕒 6 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 5 นาที 👁️ 4 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
ภาพ: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
ภาพ: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภูเก็ต: นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานทางทะเลเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย หลังจากพบเรือดำน้ำสองลำจอดเทียบท่าเป็นเวลาหลายวันในน่านน้ำนอกเกาะราชาใหญ่ ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องแนวปะการัง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เร่งตรวจสอบหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า เรือดำน้ำดังกล่าวจอดเทียบท่าอยู่ที่อ่าวทือ เกาะราชาใหญ่ โดยผูกเชือกตรงกับฐานทุ่นจอดเรือ เจ้าหน้าที่ตัดสินใจว่าการกระทำของเจ้าของเรืออาจละเมิดประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ว่าด้วยการกำหนดอาณาเขตการประมงและมาตรการป้องกันชายหาด แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังอื่นๆ รอบเกาะราชาใหญ่และเกาะราชาน้อยในจังหวัดภูเก็ต

ผู้อำนวยการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายภิณษกาสุรสวัสดิ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานป้องกันและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ของกรมฯ เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมาย

ทางการระบุว่า การผูกเรือเข้ากับฐานทุ่นจอดเรือโดยตรงนั้นก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง แรงลมและคลื่นที่รุนแรง รวมถึงแรงตึงที่เกิดจากเรือ อาจทำให้ฐานทุ่นจอดเรือเคลื่อนที่และอาจครูดหรือลากไปกับแนวปะการังใกล้เคียงได้ นอกจากนี้ การจอดเรือเป็นเวลานานยังเป็นการกีดขวางเรือลำอื่นๆ ไม่ให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในการจอดเรือที่กำหนดไว้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้ายึดเรือทั้งสองลำ จับกุมผู้ประกอบการ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย ทช. ระบุว่า การละเมิดดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ซึ่งห้ามการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายสุชาติยังได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ บังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันกิจกรรมที่อาจสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลของประเทศ ขณะที่ ทช. ระบุว่าจะดำเนินการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้นักท่องเที่ยว ชาวบ้าน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเล ปฏิบัติตามมาตรการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง