รวบวัยรุ่นขายปืนดัดแปลงออนไลน์ หลังพบโพสต์ขายในกลุ่มกว่า 300 คน


เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้จับกุมวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ในกรุงเทพฯ หลังการบุกค้นคอนโดมิเนียมในเขตลาดพร้าว โดยพบว่าผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมดัดแปลงอาวุธปืนและจำหน่ายผ่านกลุ่มโซเชียลมีเดียที่มีสมาชิกมากกว่า 300 คน
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยทีมตำรวจภายใต้การนำของ พ.ต.อ. กรกฤต วุฒิจำนงค์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมในพื้นที่แจ้งวัฒนะ เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการค้าอาวุธปืนออนไลน์
ระหว่างการบุกค้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนพกสั้นดัดแปลงคล้ายปืนพกกึ่งอัตโนมัติ 9 มม. เบเร็ตต้า จำนวน 1 กระบอก ซึ่งไม่มีเครื่องหมายทะเบียนหรือหมายเลขประจำปืน นอกจากนี้ยังพบโครงปืนลักษณะเดียวกันอีก 1 ชิ้น และกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด
วัยรุ่นชายคนดังกล่าว ทราบชื่อเพียงว่า ‘นุ้ย’ อายุ 16 ปี ถูกจับกุมในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดกฎหมาย การจับกุมนี้เป็นผลมาจากการที่เจ้าหน้าที่ ปคม. ได้เร่งปราบปรามเครือข่ายการค้าอาวุธปืนออนไลน์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน
ทีมสืบสวนระบุบัญชีผู้ใช้ชื่อ ‘กระรอก’ ซึ่งได้โพสต์โฆษณาจำหน่ายอาวุธปืนดัดแปลงในกลุ่มโซเชียลมีเดียส่วนตัวที่มีสมาชิกมากกว่า 300 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ติดต่อกับเจ้าของบัญชีดังกล่าว และพบว่ามีการเสนอขายปืนพกสั้นดัดแปลงคล้ายปืนเบเร็ตต้าในราคา 8,500 บาท ผู้ขายอ้างว่าอาวุธปืนใช้งานได้จริง และได้ใช้วิดีโอคอลเพื่อแสดงอาวุธปืนเป็นการยืนยันว่าอยู่ในความครอบครองและพร้อมขาย บัญชีดังกล่าวยังเสนอขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกหลายชนิด
ผู้ขายอ้างว่าได้ดัดแปลงอาวุธเหล่านี้ด้วยตัวเองและมีความสามารถในการหลบเลี่ยงการตรวจจับของตำรวจ การตรวจสอบธุรกรรมการชำระเงินพบว่ามีการใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นในการรับเงินจากการขายอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานและขอหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นที่พักที่เชื่อมโยงกับเจ้าของบัญชี
เมื่อเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียม เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยวัยรุ่นพร้อมของกลางที่ยึดได้ และได้ควบคุมตัวไปสอบสวน ระหว่างการสอบปากคำ ‘นุ้ย’ ยอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง และให้การว่าพกปืนเมื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันตัว เนื่องจากมีเพื่อนมากมายและมักมีข้อพิพาทกับคู่กรณีจึงเกรงว่าจะถูกทำร้าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวส่งสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา: Bangkok Post