DSI บุกพัทยา ขยายผลสอบขบวนการนอมินี 3 จุดรวบนิติบุคคล-โรงแรม
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 3 แห่งในพัทยา และยึดคอมพิวเตอร์พร้อมเอกสารที่เชื่อมโยงกับขบวนการนอมินีต้องสงสัย ซึ่งปกปิดการถือครองที่ดินและธุรกิจของชาวต่างชาติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหมายค้น ได้ดำเนินการตรวจค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับข้อสงสัยในการละเมิดพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
นายวรสิทธิ์ เลี้ยงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การปฏิบัติการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการขยายผลจากการสอบสวนก่อนหน้านี้ที่เกาะพะงันและเกาะสมุยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงที่ภูเก็ต
หลักฐานที่รวบรวมได้จากการสอบสวนเหล่านั้น บ่งชี้ว่า บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด ในจังหวัดชลบุรี อาจหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่การที่พนักงานสอบสวนขอหมายค้นเพื่อตรวจค้น 3 จุด
ที่บริษัท เคที อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ แอนด์ บิสซิเนส ในพัทยา เจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพนักงานชาวไทยของสำนักงานกฎหมายแห่งนี้ อาจถูกระบุชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท โคซี่ บีช วิว ในนามของเจ้าของผลประโยชน์ชาวต่างชาติ โดยได้มีการยึดเอกสารเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
การตรวจค้นครั้งที่สองที่โรงแรม ชิแลท อเวนิว พัทยา พบว่าโรงแรมได้ว่าจ้างสำนักงานกฎหมายดังกล่าวให้ดำเนินการจดทะเบียน และได้ระบุชื่อพนักงานของสำนักงานกฎหมายในกลุ่มผู้ก่อตั้งของโรงแรม นอกจากนี้ ยังมีบุคคลที่มีภูมิหลังด้านธุรกิจขายอะลูมิเนียมในสมุทรสาครถูกระบุชื่อเป็นผู้ถือหุ้นด้วย
การตรวจค้นครั้งที่สามพุ่งเป้าไปที่คอนโดมิเนียมโคซี่ บีช วิว ในอำเภอบางละมุง ซึ่งมีชาวอิสราเอลเป็นกรรมการบริษัท โครงสร้างการถือหุ้นบ่งชี้ว่ามีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีมาตั้งแต่ปี 2553 ตามการระบุของพนักงานสอบสวน
คอมพิวเตอร์ เอกสาร และวัสดุอื่น ๆ ที่ยึดได้ จะถูกนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์
นายรัฐพล นาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พบว่าใช้การจัดตั้งนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

ที่มา: Bangkok Post