⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 15 สิงหาคม 2569

อนุทิน’ชี้ 5 นโยบายเร่งด่วนสำหรับกองทัพอากาศไทย

🕒 15 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
เครื่องบินขับไล่ F-16 สองลำจากฝูงบิน 1 กองทัพอากาศไทย คุ้มกันเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ขับขณะเดินทางถึงนครราชสีมาเมื่อวันศุกร์ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยบินทางยุทธวิธีในอำเภอเมือง (ภาพ: ทำเนียบรัฐบาล)
เครื่องบินขับไล่ F-16 สองลำจากฝูงบิน 1 กองทัพอากาศไทย คุ้มกันเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ขับขณะเดินทางถึงนครราชสีมาเมื่อวันศุกร์ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยบินทางยุทธวิธีในอำเภอเมือง (ภาพ: ทำเนียบรัฐบาล)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้กำหนด 5 นโยบายสำคัญเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานของกองทัพอากาศไทย (ทอ.) และความมั่นคงของชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ บินเครื่องบินส่วนตัวไปยังกองบิน 1 นครราชสีมา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ บินเครื่องบินส่วนตัวไปยังกองบิน 1 นครราชสีมา

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วย ได้บินเครื่องบินส่วนตัวของเขาไปยังกองบิน 1 ในจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันศุกร์ เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยบินทางยุทธวิธีในอำเภอเมือง นายอนุทินได้กล่าวชื่นชมความพร้อมของกองทัพอากาศไทย โดยเฉพาะการปฏิบัติการเครื่องบินขับไล่ทางยุทธวิธีเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน เขากล่าวต่อบุคลากรว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการรักษาสมรรถนะของกองทัพอากาศไทย และยกย่องบุคลากรในความทุ่มเทและการเสียสละ

ห้าลำดับความสำคัญของนโยบายประกอบด้วย การจัดหาเครื่องบินขับไล่ทดแทน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความเชี่ยวชาญของไทย รัฐบาลจะขยายการเฝ้าระวังทางอวกาศโดยใช้ดาวเทียมโคจรต่ำและกล้องโทรทรรศน์ และจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติในอวกาศและห้วงอากาศ

นอกจากนี้ ศักยภาพด้านการบรรเทาสาธารณภัยจะได้รับการปรับปรุงโดยการบูรณาการบุคลากรและอุปกรณ์ของกองทัพอากาศไทยเข้ากับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ระบบ Tactical Data Link จะได้รับการพัฒนาและบูรณาการเข้ากับระบบบัญชาการของกองทัพภายใต้แนวคิด “One Team” ซึ่งจะช่วยให้เหล่าทัพทั้งสามสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างราบรื่นและใช้ภาพสถานการณ์ปฏิบัติการร่วมกันได้

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง