อนาคต Cool Japan Fund สั่นคลอน หลังขาดทุนหนัก

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เตรียมพิจารณาอนาคตกองทุน Cool Japan Fund หลังขาดทุนสะสมกว่า 35,000 ล้านเยนจากเป้าหมายส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่น

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) เตรียมหารือภายในเดือนนี้เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหรือยุบกองทุน Cool Japan Fund ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่นออกสู่ต่างประเทศ กองทุนดังกล่าวเผชิญกับผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ โดยขาดทุนเกินกว่าเงินทุนรวมที่ได้รับมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2556 ซึ่งรวมถึงเงินทุนจากรัฐบาล กองทุนได้รายงานผลประกอบการขาดทุนสุทธิมาโดยตลอดทุกปี และการฟื้นตัวดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก โดยมีทรัพย์สินสุทธิที่เป็นบวกประมาณ 22,000 ล้านเยนเมื่อปีที่แล้ว ลดลงจากช่วงเริ่มต้นที่ 35,000 ล้านเยน METI กำลังพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือเป้าหมายของกองทุนหรือไม่ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง

[IMAGE: https://images.ft.com/v3/image/raw/https%3A%2F%2Fcms-image-bucket-productionv3-ap-northeast-1-a7d2.s3.ap-northeast-1.amazonaws.com%2Fimages%2F2%2F5%2F6%2F0%2F12820652-2-eng-GB%2F4845f967d7de-photo_SXM2026071300010538.jpg?fit=cover&gravity=faces&dpr=2&quality=medium&source=nar-cms&format=auto&width=780 | พิธีเปิดตัว Cool Japan Fund เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556]

ประเด็นสำคัญ

  • กองทุน Cool Japan Fund ซึ่งเป็นกองทุนภาครัฐ-เอกชน ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2556 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องของญี่ปุ่นในต่างประเทศ
  • กองทุนประสบปัญหาขาดทุนสุทธิมาโดยตลอดทุกปีการเงินนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ และปัจจุบันขาดทุนเกินกว่าเงินทุนรวมที่ได้รับมา
  • ทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลดลงเหลือประมาณ 22,000 ล้านเยนในปีที่แล้ว จาก 35,000 ล้านเยนในช่วงเริ่มต้นการจัดตั้งกองทุน
  • กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) เตรียมเริ่มหารือภายในเดือนนี้ เพื่อพิจารณาการปรับโครงสร้างหรือการยุบกองทุน

บริบทสำหรับผู้อ่านไทย

แม้ว่า Cool Japan Fund จะไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงที่ได้รับการยืนยันต่อประเทศไทยในขณะนี้ แต่ความล้มเหลวของกองทุนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการผลักดัน Soft Power หรือวัฒนธรรมผ่านกลไกการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศรวมถึงไทยและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนกำลังพยายามส่งเสริม การเรียนรู้จากกรณีของญี่ปุ่นสามารถเป็นบทเรียนสำคัญให้กับไทยในการออกแบบนโยบายและกลไกการสนับสนุนวัฒนธรรมและอุตสาหสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยพิจารณาถึงความแม่นยำในการเลือกโครงการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการประเมินผลตอบแทนที่ครอบคลุมมากกว่าแค่ตัวเลขทางการเงิน

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

สิ่งที่จะต้องติดตามต่อไปคือผลการหารือของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ว่าจะมีมติอย่างไรเกี่ยวกับอนาคตของ Cool Japan Fund ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างใหม่ การเปลี่ยนแนวทางการลงทุน การเพิ่มทุน หรือแม้แต่การตัดสินใจยุบกองทุน ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินงานและทิศทางการส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่นในระยะยาว

ที่มา: Nikkei Asia