สิงคโปร์เร่งใช้เทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุ
สิงคโปร์กำลังเผชิญกับสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการนำเทคโนโลยีดูแลสุขภาพ (Care Tech) มาใช้ เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ “Dexie” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุในการทำกายภาพบำบัดและกิจวัตรประจำวัน
สิงคโปร์เร่งพัฒนาเทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุ รับมือสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว
สิงคโปร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1 ใน 6 ในปัจจุบัน เป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด1 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ความต้องการบริการดูแลสุขภาพและผู้ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ2 ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น ที่โรงพยาบาลชุมชน Outram มีการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ “Dexie” มาใช้ในการนำการทำกายภาพบำบัดและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ3 เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล แต่ยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้นานขึ้นอีกด้วย การเร่งพัฒนาและนำเทคโนโลยีมาใช้นี้แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของสิงคโปร์ในการรับมือกับความท้าทายจากสังคมสูงวัยอย่างครบวงจร
[IMAGE: https://images.ft.com/v3/image/raw/https%3A%2F%2Fcms-image-bucket-productionv3-ap-northeast-1-a7d2.s3.ap-northeast-1.amazonaws.com%2Fimages%2F3%2F9%2F7%2F6%2F12796793-1-eng-GB%2F41c21838077d-Outram-Community-Hospital-Exercise-session-with-Dexie-_1_credit-Arundhati-Hazra.jpg?fit=cover&gravity=faces&dpr=2&quality=medium&source=nar-cms&format=auto&width=970 | การออกกำลังกายของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลชุมชนเอาท์แทรม โดยมีหุ่นยนต์ Dexie เป็นผู้นำ]
ประเด็นสำคัญ
- สิงคโปร์กำลังเผชิญกับสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปจะสูงถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด
- เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ สิงคโปร์เร่งนำเทคโนโลยีดูแลสุขภาพ (Care Tech) มาใช้ ตั้งแต่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวขั้นสูง
- หนึ่งในตัวอย่างคือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ “Dexie” ที่ถูกนำมาใช้ที่โรงพยาบาลชุมชน Outram เพื่อนำผู้สูงอายุทำกายภาพบำบัดและกิจกรรมกระตุ้นการเคลื่อนไหว
- เทคโนโลยีเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
บริบทสำหรับผู้อ่านไทย
ประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นเดียวกับสิงคโปร์ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยสมบูรณ์ในปี 2566 และจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี 25761 แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันผลกระทบโดยตรงจากนโยบายด้านเทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุของสิงคโปร์ต่อประเทศไทย แต่แนวทางการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาการขาดแคลนผู้ดูแลและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุนี้เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยสามารถศึกษาแนวทางของสิงคโปร์ในการพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยี (Care Tech) เช่น หุ่นยนต์ช่วยเหลือ หรือระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์และครอบครัว รวมถึงช่วยให้ผู้สูงอายุในไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้นานขึ้น เป็นการรับมือกับความท้าทายด้านประชากรศาสตร์ที่คล้ายคลึงกัน
สิ่งที่ยังต้องติดตาม
- ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในระยะยาวของการนำเทคโนโลยีดูแลสุขภาพมาใช้ในวงกว้าง รวมถึงการประเมินผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
- นโยบายและมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดูแลสุขภาพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
- ความเป็นไปได้ในการขยายการใช้งานเทคโนโลยีดูแลสุขภาพไปยังกลุ่มประชากรและบริบททางสังคมที่แตกต่างกันในประเทศสิงคโปร์และภูมิภาคอาเซียน
- การแก้ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการลงทุนและบำรุงรักษาเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืน
ที่มา: Nikkei Asia