จีนโบราณ: บทเรียนจากสงครามสู่การจัดระเบียบโลกปัจจุบัน

หนังสือใหม่เจาะลึกยุคชุนชิวของจีน เผยบทเรียนจากความขัดแย้งและการทูตในอดีต สะท้อนถึงการจัดระเบียบโลกในปัจจุบัน ระหว่างการครอบงำและสมดุลแห่งอำนาจ

อเล็กซ์ โล
อเล็กซ์ โล
นักโบราณคดีกำลังทำงานที่หลุมฝังศพรถม้าหมายเลข 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสุสานของตระกูลขุนนางแห่งรัฐเจิ้ง รัฐประเทศราชในยุคชุนชิวและยุคจั้นกั๋ว ใกล้กับเมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ในเดือนพฤศจิกายน 2017
นักโบราณคดีกำลังทำงานที่หลุมฝังศพรถม้าหมายเลข 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสุสานของตระกูลขุนนางแห่งรัฐเจิ้ง รัฐประเทศราชในยุคชุนชิวและยุคจั้นกั๋ว ใกล้กับเมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ในเดือนพฤศจิกายน 2017

การครอบงำหรือสมดุลแห่งอำนาจ? สิ่งที่สงครามในจีนโบราณสอนเรา

นักประวัติศาสตร์ เอ.เจ.พี. เทย์เลอร์ ได้เขียนข้อความเปิดตัวสุดทรงพลังในหนังสือเล่มหนึ่งว่า “ในสภาวะธรรมชาติที่ฮอบส์จินตนาการนั้น ความรุนแรงเป็นกฎเพียงอย่างเดียว และชีวิตก็ ‘เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา โหดร้าย และสั้น’” เขาเขียนไว้ใน The Struggle for Mastery in Europe, 1848-1918.

“แม้ว่าปัจเจกบุคคลไม่เคยอาศัยอยู่ในสภาวะธรรมชาติเช่นนี้ แต่บรรดามหาอำนาจของยุโรปก็เป็นเช่นนั้นเสมอมา รัฐอธิปไตยได้สร้างความโดดเด่นให้กับอารยธรรมยุโรป อย่างน้อยนับตั้งแต่ปลายศตวรรษที่สิบห้า รัฐแต่ละรัฐในยุโรปไม่ยอมรับอำนาจที่เหนือกว่า และไม่ยอมรับหลักจริยธรรมใด ๆ นอกเหนือจากที่ยอมรับโดยมโนธรรมของตนเองโดยสมัครใจ …”

เขาเขียนว่า หากฮอบส์มองเห็นความจริงได้ “ประวัติศาสตร์ของยุโรปควรเป็นสงครามที่ไม่หยุดหย่อน อย่างไรก็ตาม ยุโรปก็เคยประสบสันติภาพพอ ๆ กับสงคราม และช่วงเวลาแห่งสันติภาพเหล่านี้ก็ได้รับอานิสงส์จากสมดุลแห่งอำนาจ”

แต่เขาสังเกตว่านักการเมืองมักจะเหนื่อยหน่ายกับสมดุลแห่งอำนาจ เนื่องสถานการณ์คล้ายคลึงกับความไร้ระเบียบในหมู่รัฐ และสงครามก็ปะทุขึ้นเป็นระยะ “มนุษย์ไม่ได้ยอมรับการเต้นรำจัตุรัสที่ไม่มีที่สิ้นสุดของสมดุลแห่งอำนาจเสมอไป” เขากล่าวต่อ “พวกเขาหวังบ่อยครั้งว่าดนตรีจะหยุด และพวกเขาจะได้นั่งพักจากการเต้นรำโดยไม่ต้องคอยจับตามองกันและกันตลอดเวลา”

แล้วจะต้องทำอย่างไร? “’วิธีแก้’ ที่ง่ายที่สุดสำหรับความไร้ระเบียบ ดังที่ฮอบส์กล่าวไว้ คือให้มหาอำนาจหนึ่งเดียวปราบทุก ๆ รัฐที่เหลือทั้งหมด”

ที่มา: South China Morning Post