Intellectual Property Unleashes Potential, Boosts Thai Products and Economic Growth
‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ พลิกศักยภาพ สินค้าไทยสร้างมูลค่าใหม่ หนุนเศรษฐกิจเติบโต
วันนี้ (26 มิ.ย. 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ CIPITC Symposium 2026 เรื่อง ‘Navigating the New Frontier of IP and Trade Laws: สำรวจพรมแดนใหม่ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ’ เนื่องในโอกาสที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเปิดทำการครบ 29 ปี โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ รวมถึงการยกระดับศักยภาพของสินค้าและผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้
นางศุภจีกล่าวว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางทำหน้าที่เป็นเสาหลักของระบบกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศของไทย ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้งในและต่างประเทศ ในยุคที่ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก การคุ้มครองสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพและกระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบายสำคัญ 5 ด้าน โดยมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่
- การดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ และยกระดับชุมชน ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมช่องทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
- การรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ด้วยกลไกการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าในกลุ่มเกษตรและเพิ่มมูลค่าได้ 2–5 เท่า
- การสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME และชุมชน โดยผลักดันการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนผ่านโครงการ IP Finance
- การสร้างสมดุลการส่งออกและเจรจาการค้า เพื่อเชื่อมโยคธุรกิจไทยสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก ผ่านการเจรจา FTA ซึ่งทุกกรอบการเจรจาต่างให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
- การยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎระเบียบให้ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลและงานบริการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
แนวทางเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า งานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับประเทศ ตลอดจนช่วยยกระดับสินค้าและผู้ประกอบการไทย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมได้พลิกโฉมการทำงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ จากหน่วยงานที่มุ่งเน้นการจดทะเบียนและคุ้มครองสิทธิ สู่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Infrastructure) โดยเชื่อมโยงภารกิจทั้งในด้านการส่งเสริมการสร้างสรรค์ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน
กรมฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ดังนี้
- การปฏิรูประบบจดทะเบียนและการให้บริการสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ: โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบคำขอ การปรับปรุงระบบการยื่นคำขอและกระบวนการตรวจสอบให้เป็นระบบ e-Filing และ e-flow ที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความโปร่งใสในการบริการ พร้อมพัฒนาบริการ Fast Track สำหรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในสาขาที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- การยกระดับเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและอัตลักษณ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน: กรมฯ ได้ผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้พบปะกับผู้ซื้อและนักลงทุน เพื่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจและเกิดมูลค่าการซื้อขายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการพัฒนาสินค้า GI อย่างครบวงจร เพื่อกระจายรายได้และสร้างชุมชนผู้ผลิตที่เข้มแข็ง ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการ IP Finance เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดเป็นทุนทางธุรกิจ โดยเตรียมจัดทำ Pilot Project หรือ Sandbox ในไตรมาส 4 ของปีนี้ เพื่อทดสอบกลไกการประเมินมูลค่าและการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน นำร่องในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและความพร้อม เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์และอุตสาหกรรมอาหาร
- การปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา: กรมฯ ยังเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก โดยอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ทั้งด้านสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมถึงการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานลิขสิทธิ์ เพื่อยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ก้าวทันเศรษฐกิจยุคใหม่ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่นด้านการคุ้มครองสิทธิ การค้า และการลงทุน ตลอดจนการพัฒนาแนวปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ที่มา: ThaiPBS