โดรนยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียลุกเป็นไฟซ้ำ ปูตินยอมรับประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง

ยูเครนเดินหน้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทำให้เกิดเพลิงไหม้โรงกลั่นสำคัญทางตอนใต้ ด้านประธานาธิบดีปูตินยอมรับว่ารัสเซียกำลังเผชิญกับ ‘การขาดแคลนเชื้อเพลิง’ พร้อมให้คำมั่นว่าจะยกระดับการป้องกันและเพิ่มการผลิต.

ukraine-drone-russia-oil-refinery-ablaze-putin-fuel-shortages

เคียฟ, ยูเครน (AP) – ยูเครนยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงด้วยโดรนต่อเป้าหมายในรัสเซีย ล่าสุดสามารถจุดไฟเผาโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศรัสเซียได้สำเร็จ ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ประเทศกำลังเผชิญกับ ‘ภาวะขาดแคลน’ เชื้อเพลิงในบางส่วน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างมาตรการป้องกันโรงงานผลิตน้ำมันและเร่งเพิ่มผลผลิตเชื้อเพลิงให้มากขึ้น

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยูเครนได้ยกระดับการโจมตีระยะไกลต่ออุตสาหกรรมทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียอย่างเห็นได้ชัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดรายได้ที่มอสโกใช้ในการทำสงคราม ซึ่งบัดนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ห้าแล้ว และเพื่อทำให้ประชาชนชาวรัสเซียตระหนักถึงผลกระทบจากการรุกรานยูเครน

เซเลนสกีย้ำ ‘คว่ำบาตรระยะไกล’ ลดกำลังรบรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อวันอาทิตย์ว่า ‘มาตรการคว่ำบาตรระยะไกล’ ของเราได้เข้าถึงโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งในรัสเซียแล้ว ‘การโจมตีแต่ละครั้งหมายถึงการลดทอนทรัพยากรที่ใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย และเป็นอีกก้าวหนึ่งที่มุ่งสู่สันติภาพ’

รัสเซียเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงหนัก

การรณรงค์โจมตีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจัดหาเชื้อเพลิงของรัสเซีย ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในวงกว้างและมีแถวยาวเหยียดที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ จนทางการในหลายภูมิภาคต้องเริ่มใช้มาตรการปันส่วนเชื้อเพลิง

บรรดานักวิเคราะห์จากชาติตะวันตกให้ความเห็นว่า การโจมตีเหล่านี้ยังช่วยชะลอความพยายามของมอสโกในสนามรบได้อีกด้วย และเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อทำเนียบเครมลินให้ยอมกลับมาสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพ