สหรัฐฯ สั่งนักการทูตพร้อมครอบครัวออกจากซาอุฯ เหตุกบฏฮูตีโจมตี
สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ออกคำเตือนด้านความปลอดภัย พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นและสมาชิกครอบครัวของนักการทูตเดินทางออกจากประเทศโดยทันที ในวันพุธที่ผ่านมา (21 เมษายน) หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังสถานที่สำคัญหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากที่กบฏฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ประกาศความสำเร็จในการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธรวม 10 ลำ เข้าใส่สถานที่สำคัญหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรวมถึงโรงงานของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง Aramco ที่ตั้งอยู่ในเมืองเจดดาห์
เหตุการณ์การโจมตีเหล่านี้ ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องดำเนินการดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและครอบครัว
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค
การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีต่อซาอุดีอาระเบียเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานในเยเมน ซึ่งกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียได้เข้าแทรกแซงตั้งแต่ปี 2558 เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้เพิ่มความถี่และความรุนแรงของการโจมตีข้ามพรมแดน โดยมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและสถานที่พลเรือนในซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดมากขึ้น
ผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคและนานาชาติ
การที่สหรัฐฯ สั่งให้นักการทูตเดินทางออกจากซาอุดีอาระเบีย แสดงให้เห็นถึงระดับความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากพันธมิตรหลักเกี่ยวกับความมั่นคงในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การยกระดับการโจมตีของฮูตีอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค และเป็นความท้าทายต่อความพยายามในการแสวงหาทางออกทางการเมืองสำหรับความขัดแย้งในเยเมนที่ยืดเยื้อมานาน
ที่มา: South China Morning Post