ชาวฝรั่งเศสประท้วงทั่วประเทศ ปมค่าครองชีพพุ่ง-วิกฤตสังคม
ชาวฝรั่งเศสหลายแสนคนออกมารวมตัวกันตามท้องถนนทั่วประเทศในวันนี้ (16 ต.ค.) เพื่อประท้วงรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กรณีที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้น
การประท้วงครั้งนี้นำโดยพรรคฝ่ายซ้ายและสหภาพแรงงาน โดยจัดการเดินขบวนในกรุงปารีส และอีกหลายเมืองทั่วฝรั่งเศส ผู้จัดการประท้วงระบุว่ามีผู้เข้าร่วมเดินขบวนในกรุงปารีสมากถึง 140,000 คน ขณะที่ตำรวจประมาณการว่ามีผู้ร่วมประท้วง 30,000 คน
ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล และถือป้ายที่มีข้อความวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของมาครง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นค่าแรงและราคาพลังงาน
เสียงสะท้อนความไม่พอใจต่อรัฐบาลฝรั่งเศส
การประท้วงในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงฝรั่งเศส ที่กำลังเผชิญกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุขึ้นเมื่อต้นปี
หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่า ‘เราไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป รัฐบาลต้องรับฟังประชาชนและหาทางแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่กดดันพวกเราอยู่ในตอนนี้’
รัฐบาลของประธานาธิบดีมาครงกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจ และได้ประกาศมาตรการหลายอย่างเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน แต่ผู้ประท้วงมองว่ามาตรการเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ
ผู้จัดงานประท้วงยังเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และควบคุมราคาพลังงาน เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ความตึงเครียดทางการเมืองในฝรั่งเศสมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากสหภาพแรงงานวางแผนที่จะจัดประท้วงและนัดหยุดงานเพิ่มเติม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาชน
ที่มา: South China Morning Post