ความขัดแย้งในการแยกจีน: ทำไมโลกยังต้องการการผลิตจากจีน?
ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความพยายามของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ต้องการลดการพึ่งพาจีนในภาคการผลิต แต่กลับเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘ความขัดแย้งในการแยกจีน’ (China decoupling paradox) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโลกยังคงต้องการเครื่องจักรการผลิตขนาดใหญ่จากจีนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แนวคิดการ ‘แยกจีน’ หรือ ‘decoupling’ ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าและเทคโนโลยีจากจีน ในขณะที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและกับพันธมิตร
จีนยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลและแนวโน้มทางเศรษฐกิจกลับชี้ให้เห็นว่า การลดการพึ่งพาจีนนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ จีนยังคงเป็น ‘โรงงานโลก’ ที่มีความสามารถในการผลิตสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปไปจนถึงชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่เชื่อมโยงกับจีนอย่างลึกซึ้ง ทำให้การย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เงินลงทุนมหาศาล และอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและต้นทุนการผลิตของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก
ตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่และอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากบทบาทในฐานะผู้ผลิตแล้ว จีนยังเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และกำลังเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดสำคัญสำหรับบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก การเข้าถึงตลาดจีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตและผลกำไรของหลายธุรกิจทั่วโลก
การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าหรือการลงทุนใดๆ ที่เกี่ยวกับจีน จึงต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อทั้งภาคการผลิตและการเข้าถึงตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การ ‘แยกจีน’ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย
ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะมีความพยายามในการลดความเสี่ยงและความต้องการที่จะแยกตัวออกจากจีน แต่ความจริงคือเศรษฐกิจโลกยังคงพึ่งพาและผูกพันกับภาคการผลิตและตลาดของจีนอย่างแยกไม่ออกในหลายมิติ
ที่มา: South China Morning Post