⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 22 สิงหาคม 2569

ยึดอาวุธสงครามจากกัมพูชาในจังหวัดตราด รวบผู้ต้องสงสัย 1 ราย

🕒 22 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
อาวุธ กระสุน และสิ่งของอื่น ๆ ที่ยึดได้จากเครือข่ายลักลอบค้าถูกนำมาจัดแสดงในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ มีผู้ต้องสงสัย 1 รายถูกจับกุมระหว่างปฏิบัติการร่วมของกองทัพเรือและตำรวจน้ำในจังหวัดตราดเมื่อคืนวันศุกร์ (ภาพ: โฆษกกองทัพเรือ)
อาวุธ กระสุน และสิ่งของอื่น ๆ ที่ยึดได้จากเครือข่ายลักลอบค้าถูกนำมาจัดแสดงในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ มีผู้ต้องสงสัย 1 รายถูกจับกุมระหว่างปฏิบัติการร่วมของกองทัพเรือและตำรวจน้ำในจังหวัดตราดเมื่อคืนวันศุกร์ (ภาพ: โฆษกกองทัพเรือ)
ตำรวจน้ำและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือกำลังแสดงอาวุธและกระสุนที่ยึดได้จากผู้ต้องสงสัยในจังหวัดตราด (ภาพ: โฆษกกองทัพเรือ)
ตำรวจน้ำและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือกำลังแสดงอาวุธและกระสุนที่ยึดได้จากผู้ต้องสงสัยในจังหวัดตราด (ภาพ: โฆษกกองทัพเรือ)

ยึดอาวุธสงครามจากกัมพูชาในจังหวัดตราด รวบผู้ต้องสงสัยพร้อมปืน AK-47 และกระสุน 24,000 นัด

ตราด ประเทศไทย – เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยลักลอบค้าอาวุธสงครามจากกัมพูชาได้ 1 ราย พร้อมยึดปืนไรเฟิล AK-47 จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนกว่า 24,000 นัด และสิ่งของอื่นๆ ที่ลักลอบนำเข้าจากกัมพูชา ที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้นของกองทัพเรือไทยและตำรวจน้ำจังหวัดตราด ในการติดตามเครือข่ายการลักลอบขนของทางทะเล พล.ร.ต. พารัช รัตนชัยพันธุ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเป้าหมายที่น่าสงสัยที่ท่าเรือไดเรก ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ เมื่อเวลา 19.00 น. ของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายคนหนึ่งและยึดอาวุธสงคราม กระสุน และยานพาหนะที่ใช้ในการลักลอบขนของได้ ขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่ายสามารถหลบหนีไปได้ พล.ร.ต. พารัช กล่าวเพิ่มเติม

ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วย ปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 จำนวน 2 กระบอก, ซองกระสุน AK-47 จำนวน 102 ซอง, กระสุนขนาด 7.62 มม. จำนวน 23,640 นัด, กระสุนขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด, เรือเร็ว 1 ลำ และยานพาหนะอีก 3 คัน

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้เรือเร็วในการรับของจากชาวต่างชาติที่นำมาส่งกลางทะเล โดยสิ่งของเหล่านี้ถูกขนส่งมาจากกัมพูชาก่อนที่จะนำกลับมาที่ท่าเรือในอำเภอแหลมงอบ

ผู้ต้องสงสัยและของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้ตำรวจ สภ.แหลมงอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาแหล่งที่มาของอาวุธ ปลายทางที่ตั้งใจจะส่ง และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ร.ต. พารัช กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างกองทัพเรือ ตำรวจน้ำ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นอาวุธและกระสุนจำนวนมากได้ก่อนที่จะถึงปลายทาง

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง