ไทยเจ้าภาพจัดการประชุมตุลาการสำคัญของอาเซียน พร้อมได้ปธ.ศาลสูงสุดเป็นประธาน
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมตุลาการสำคัญของภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการประชุมสมาคมกฎหมายอาเซียนและสภาประธานศาลสูงสุดของอาเซียน พร้อมเลือกผู้พิพากษาไทยขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญ
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านตุลาการที่สำคัญของชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้พิพากษาระดับสูงของไทยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรตุลาการของอาเซียน
นายสุริยัญ จันทศิลากูล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาใหญ่สมาคมกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 15 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม
นายอดิศักดิ์ ตัณฑะพงษ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม โดยมีผู้พิพากษา ตัวแทนทางกฎหมาย และนักวิชาการจาก 10 รัฐสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วม รวมถึงตัวแทนจากกัมพูชาที่เข้าร่วมทางออนไลน์ และตัวแทนจากติมอร์ตะวันออกที่เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์

วาระการประชุมและกิจกรรมสำคัญในการประชุมตุลาการอาเซียน
นายสุริยัญกล่าวว่า วาระการประชุมประกอบด้วยความร่วมมือด้านอนุญาโตตุลาการ การส่งเสริมการค้า สิทธิแรงงานหญิง การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ในระบบยุติธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมย่อยคู่ขนาน ซึ่งรวมถึงการประชุมในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายล้มละลาย และการแข่งขันอาเซียนมูท (Asean Moot) ซึ่งเป็นการแข่งขันศาลจำลองระดับภูมิภาคที่จัดโดยสมาคมกฎหมายอาเซียนสำหรับนักศึกษากฎหมายในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ โดยในปีนี้ทีมที่ชนะคือทีมจากอินโดนีเซีย
ในโอกาสเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม สภาประธานศาลสูงสุดแห่งอาเซียน (Council of Asean Chief Justices – CACJ) ครั้งที่ 13 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายอดิศักดิ์ ตัณฑะพงษ์ ประธานศาลฎีกาของไทย เป็นประธาน CACJ นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามในปฏิญญากรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านกฎหมาย
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สมาคมกฎหมายอาเซียนได้เลือกนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เป็นประธานคนใหม่ โดยนายพงษ์เดชเป็นชาวไทยคนที่สามที่ได้รับตำแหน่งนี้ และสมาคมยังได้เลือกนายสรวิศ ลิมปรังษี รองประธานศาลฎีกา ให้เป็นเลขาธิการคนใหม่ของสมาคมด้วย
ที่มา: Bangkok Post