ทรัมป์สร้างความกังขาดีลนิวเคลียร์ซาอุฯ หลังตั้งเงื่อนไขรับรองอิสราเอล

ข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐฯ-ซาอุดีอาระเบียส่อแววไม่แน่นอน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตั้งเงื่อนไขให้ริยาดต้องรับรองอิสราเอลก่อน ท่ามกลางความกังขาว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ทำให้ข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียที่เพิ่งลงนามไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตกอยู่ในความไม่แน่นอน โดยเน้นย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวขึ้นอยู่กับการที่ประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียที่ร่ำรวยน้ำมันแห่งนี้ จะต้องให้การรับรองอิสราเอลภายใต้แผนริเริ่มทางการทูตปี 2020

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ข้อตกลงนิวเคลียร์พลเรือน…จะได้รับการอนุมัติ แต่ขึ้นอยู่กับการที่ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัมที่ประสบความสำเร็จและได้รับการเคารพอย่างสูงโดยสมบูรณ์” พร้อมเสริมว่าข้อตกลงดังกล่าวจะไม่รวมการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม และจะเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่ทางทหารเท่านั้น

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ระหว่างการประชุมที่กรุงริยาดในเดือนพฤษภาคม 2025 รูปภาพ: AFP
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ระหว่างการประชุมที่กรุงริยาดในเดือนพฤษภาคม 2025 รูปภาพ: AFP

ข้อเรียกร้องดังกล่าวทำให้เกิดความกังขาต่อข้อตกลงทันที เนื่องจากริยาดปฏิเสธการสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลมาอย่างยาวนาน หากไม่มีแนวทางที่น่าเชื่อถือในการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นนับตั้งแต่สงครามกาซาเริ่มขึ้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เงื่อนไขเพิ่มเติมนี้ดูเหมือนจะออกแบบมาเพื่อปลอบใจสมาชิกสภานิติบัญญัติและผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นางคารอลีน เลวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว ได้ย้ำข้อความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกครั้ง

นางเลวิตต์กล่าวในการบรรยายสรุปข่าวว่า “นี่เป็นเงื่อนไขที่ประธานาธิบดีกล่าวถึงหลายครั้งกับพันธมิตรกลุ่มประเทศอ่าวและอาหรับของเรา”

ที่มา: South China Morning Post