ไทย-อียู คืบหน้าหารือข้อตกลงการค้าเสรี สรุปได้อีก 8 ประเด็น
การเจรจา FTA ระหว่างไทยและสหภาพยุโรปมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ โดยสามารถสรุปประเด็นเจรจาได้เพิ่มอีก 8 รายการ ในรอบที่ 9 ของการเจรจา
นางสาวสุภจี สุทธิอำพัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยและสหภาพยุโรป (อียู) ได้สรุปรายการการเจรจาเพิ่มเติมอีก 8 รายการ ในการพูดคุยข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ครั้งล่าสุด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสรุปข้อตกลงที่รอคอยกันมานาน
การเจรจารอบที่ 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน ที่กรุงบรัสเซลส์ นางสาวสุภจีเปิดเผยว่า ได้สรุปบทเพิ่มอีก 4 บท ครอบคลุมเรื่องการแข่งขันและการอุดหนุนกิจการของรัฐ การระงับข้อพิพาท และบทบัญญัติเชิงสถาบันที่กำกับดูแลการดำเนินการของข้อตกลง
เธอกล่าวว่าภาคผนวก 3 ฉบับ และพิธีสาร 1 ฉบับ ที่ครอบคลุมอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก การผูกขาดการนำเข้าและส่งออก มาตรฐานยานยนต์ภายใต้มาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้านศุลกากร ก็ได้ข้อสรุปเช่นกัน
รวมแล้ว มีบททั้งสิ้น 15 บท จาก 24 บทของข้อตกลง และภาคผนวกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคิดเป็นประมาณสองในสามของ FTA ได้ข้อสรุปแล้ว เธอกล่าว
นางสาวสุภจีกล่าวว่า ประเด็นที่เหลืออีกหลายประเด็น รวมถึงมาตรการต่อต้านการฉ้อโกง ใกล้จะถึงข้อสรุปแล้ว และการเจรจาเกี่ยวกับการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้า บริการ การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ก็กำลังคืบหน้าเช่นกัน
เธอกล่าวว่าการเจรจากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยประเด็นที่เหลือ ได้แก่ เกษตรกรรม สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล บริการและการลงทุน รวมถึงเรื่องกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา
โดยอ้างข้อมูลจากหัวหน้าทีมเจรจาของไทย เธอกล่าวว่าความคืบหน้าดังกล่าวเกิดจากการสนับสนุนทางการเมืองหลังการประชุมระดับสูงในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและยุโรป ซึ่งได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสรุป FTA ระหว่างไทย-อียูโดยเร็วที่สุด
นางสาวสุภจีกล่าวว่า คณะทำงานของกระทรวงจะจัดการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนในประเทศไทย
สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับสี่ของประเทศไทยในปี 2025 รองจากจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น มูลค่าการค้ารวมสองฝ่ายอยู่ที่ 45.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.57 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.44% จากปีก่อนหน้า โดยประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้ากับกลุ่มประเทศดังกล่าว 7.86 พันล้านดอลลาร์
ที่มา: Bangkok Post