ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไฟเขียวทรัมป์ กลับมาเนรเทศผู้ลี้ภัยสู่ประเทศที่สาม
ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้กลับมาอนุญาตให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนรเทศผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่เดินทางผ่านประเทศที่สามก่อนจะมายังพรมแดนทางใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่เข้มงวดต่อผู้อพยพ
ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์แห่งซานฟรานซิสโกเคยมีคำสั่งระงับข้อกำหนดนี้ไว้ในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม ด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 เสียง ศาลสูงสุดได้ให้ไฟเขียวแก่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ในการบังคับใช้มาตรการนี้เป็นการชั่วคราว ขณะที่การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นยังคงดำเนินต่อไป
คำตัดสินนี้เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งได้พยายามอย่างหนักในการจำกัดการรับผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยเข้าสู่สหรัฐฯ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชน
ภายใต้นโยบายนี้ ผู้ที่ต้องการขอลี้ภัยในสหรัฐฯ จะต้องยื่นคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศที่สามที่พวกเขาสัญจรก่อนที่จะเดินทางมาถึงสหรัฐฯ หากไม่ดำเนินการตามนี้ พวกเขาจะถูกปฏิเสธคำขอและถูกเนรเทศออกไป ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือชาวอเมริกากลางที่หลบหนีความรุนแรงและยากจน
ผู้พิพากษา Ruth Bader Ginsburg และ Sonia Sotomayor เป็นสองเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวอาจทำให้บุคคลที่แสวงหาการคุ้มครองต้องเผชิญกับอันตราย
รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่ามาตรการนี้จำเป็นเพื่อลดจำนวนผู้ยื่นคำขอลี้ภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อจัดการกับวิกฤตการณ์ที่พรมแดน แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนโต้แย้งว่านโยบายนี้ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่รับรองสิทธิของผู้แสวงหาที่ลี้ภัย
ที่มา: South China Morning Post