⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 8 กันยายน 2569

ศาลปกครองไทยสั่งกำจัดปลานิลคางดำรุกราน และประกาศสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

🕒 8 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 2 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
เกษตรกรจาก 19 จังหวัดเทปลานิลคางดำจำนวนมากหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เพื่อประท้วงความล่าช้าในการกำจัดปลานิลคางดำซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ทำลายระบบนิเวศในท้องถิ่น (ภาพ: ณัฐวัฒน์ วิเชียรบุตร)
เกษตรกรจาก 19 จังหวัดเทปลานิลคางดำจำนวนมากหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เพื่อประท้วงความล่าช้าในการกำจัดปลานิลคางดำซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ทำลายระบบนิเวศในท้องถิ่น (ภาพ: ณัฐวัฒน์ วิเชียรบุตร)
ปลานิลคางดำ
ปลานิลคางดำ

ศาลปกครองไทยสั่งกำจัดปลานิลคางดำรุกราน ประกาศสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อใช้งบประมาณช่วยเหลือ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางของไทยได้มีคำสั่งให้กรมประมงและอธิบดีดำเนินการกำจัดปลานิลคางดำ ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ออกจากแหล่งน้ำของไทย นอกจากนี้ ยังสั่งให้กระทรวงมหาดไทยประกาศให้จังหวัดสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว

นายปรเมศ แดนดอกยาง จากสภาทนายความ เปิดเผยว่า คำสั่งศาลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยในการพิจารณาคำร้องสาธารณะ ศาลได้วินิจฉัยว่า กรมประมงและอธิบดีมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความพยายามอย่างต่อเนื่องในการยับยั้งการแพร่กระจายของปลานิลคางดำ ซึ่งเป็นปลานิลสายพันธุ์แอฟริกันที่รุกราน

ศาลยังสั่งให้รัฐมนตรีมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมอ่าวไทย ประกาศให้จังหวัดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างรวดเร็วเพื่อชดเชยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ศาลระบุว่าจนถึงขณะนี้มีเพียงจังหวัดสมุทรสงครามเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ โดยมีผู้ร้องเรียน 54 รายในคดีนี้มาจากจังหวัดดังกล่าว

นายปรเมศกล่าวว่า ศาลได้ยกฟ้องหน่วยงานรัฐอีก 16 ฝ่ายที่ถูกระบุชื่อในคำร้อง ซึ่งรวมถึงหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ผู้ร้องเรียนอ้างว่าหน่วยงานเหล่านี้ละเลยหรือไม่ดำเนินการตามกฎหมายล่าช้าต่อผู้นำเข้าปลานิลคางดำ นายปรเมศคาดว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นของศาลชั้นต้นและจะมีการอุทธรณ์ต่อไป

นายสิทธิพร เลลานภัสร ผู้ช่วยทนายความจากสภาทนายความ กล่าวว่า ในบรรดาผู้ร้องเรียน 10 รายในคดีนี้เป็นผู้ที่ได้ยื่นฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 2 พันล้านบาทจากผู้รับผิดชอบในการนำเข้าปลานิลคางดำเข้าสู่ประเทศไทย คดีนี้แสวงหาการชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 รายในจังหวัดสมุทรสงคราม

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง