⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 7 สิงหาคม 2569

ลูกสาวแทงพ่อทหารเรือสาหัสกลางวงทะเลาะเดือดที่สัตหีบ

🕒 7 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 4 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV

ชลบุรี – ตำรวจกำลังสอบปากคำหญิงสาววัย 18 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าใช้กรรไกรแทงพ่อซึ่งเป็นนายทหารเรือ ระหว่างมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงที่บ้านพักในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

พ.ต.อ. วุฒิพงษ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุแทงกันได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านพักในสัตหีบเมื่อเวลา 21.50 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม และได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ชีพจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสัตหีบ

พ่อถูกลูกสาวแทงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เมื่อวันพฤหัสบดี (ภาพ: หน่วยกู้ภัยสัตหีบ)
พ่อถูกลูกสาวแทงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เมื่อวันพฤหัสบดี (ภาพ: หน่วยกู้ภัยสัตหีบ)

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรอยเลือดกระจายอยู่ทั่วพื้นบ้าน ผู้บาดเจ็บคือ จ่าเอกฉัตร อายุ 52 ปี สังกัดกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ นอนจมกองเลือด มีบาดแผลที่แขนและถูกแทงบริเวณซี่โครงซ้ายส่วนล่าง เสียเลือดเป็นจำนวนมาก

พบกรรไกรเปื้อนเลือดในที่เกิดเหตุและเก็บไว้เป็นหลักฐาน (ภาพ: หน่วยกู้ภัยสัตหีบ)
พบกรรไกรเปื้อนเลือดในที่เกิดเหตุและเก็บไว้เป็นหลักฐาน (ภาพ: หน่วยกู้ภัยสัตหีบ)

เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในที่เกิดเหตุพบกรรไกรเปื้อนเลือดตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนลูกสาวของจ่าเอกฉัตร ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ยืนอยู่ด้านนอกบ้านในสภาพตื่นตกใจ

เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (ภาพ: หน่วยกู้ภัยสัตหีบ)
เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (ภาพ: หน่วยกู้ภัยสัตหีบ)

จากคำให้การเบื้องต้นของจ่าเอกฉัตร เขาได้มีปากเสียงกับลูกสาวก่อนเกิดเหตุไม่นาน ซึ่งบานปลายเป็นการทะเลาะวิวาท ทั้งสองอยู่กันตามลำพังในบ้านขณะเกิดเหตุ เนื่องจากภรรยาออกไปทำงานที่พัทยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า ลูกสาวมีอาการป่วยซึมเศร้าและมีประวัติการทะเลาะกับพ่อบ่อยครั้ง เธอถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ตำรวจวางแผนที่จะสอบปากคำจากจ่าเอกฉัตรอีกครั้งเมื่ออาการของเขาทรงตัว ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง