โครงการสะพานบกไทยถูกปรับปรุง เร่งเส้นทางจีน-สิงคโปร์

นายกรัฐมนตรีไทย ‘อนุทิน’ สั่งทบทวนโครงการสะพานบก พร้อมเร่งเชื่อมโยงการขนส่งไทย-จีน-ลาว-มาเลเซีย-สิงคโปร์ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถ

ผู้คัดค้านโครงการสะพานบกรวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2566
ผู้คัดค้านโครงการสะพานบกรวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2566 (ภาพ:Nutthawat Wichieanbut)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทบทวนโครงการสะพานบกของรัฐบาล พร้อมเร่งโครงการคมนาคมขนส่งอื่นๆ ที่จะเชื่อมโยงประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตามการเปิดเผยของโฆษกรัฐบาล

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล กล่าวเมื่อวันพุธว่า นายอนุทินได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทบทวนโครงการสะพานบก และเร่งโครงการถนนและรถไฟที่พร้อมดำเนินการ เพื่อแก้ไข ‘จุดเชื่อมโยงที่ขาดหาย’ และเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่ง

‘สิ่งนี้จะช่วยเร่งการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุน โดยไม่ต้องรอโครงการขนาดใหญ่’ นางสาวรัชดากล่าว ซึ่งหมายถึงโครงการสะพานบกขนาดใหญ่ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ที่วางแผนจะเชื่อมโยงอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ผ่านจังหวัดชุมพรและระนองทางภาคใต้ของไทย

นางสาวรัชดาได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งใหม่จากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ซึ่งเพิ่งเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยระบุว่า เป้าหมายคือการเติมเต็ม ‘จุดเชื่อมโยงที่ขาดหาย’ ในแนว ‘ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้’ ที่เชื่อมจีนกับลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

ตามที่โฆษกรัฐบาลกล่าว นายอนุทินได้แจ้งกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ในระหว่างการเยือนจีนว่า รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะขยายเส้นทางรถไฟจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ไปยังสถานีนาเตยในลาว ซึ่งเชื่อมต่อกับเมืองโมฮันของจีน โดยสถานีนาเตยเป็นสถานีสำคัญของรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว

พร้อมกันนี้ รัฐบาลไทยจะเร่งปรับปรุงท่าเรือระนอง และเชื่อมโยงท่าเรือระนองและชุมพรด้วยเส้นทางรถไฟและถนน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย

‘รัฐบาลจะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ การลงทุน และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะจัดทำแผนปฏิบัติการ… รัฐบาลเน้นย้ำการลงทุนที่ปฏิบัติได้จริง ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและภาคธุรกิจอย่างแท้จริง’ นางสาวรัชดากล่าว

ที่มา: Bangkok Post