Digital Battlefield: ผ่าสมรภูมิดิจิทัลของกองทัพไทยในสนามรบออนไลน์
รายงานสำรวจปฏิบัติการบนสมรภูมิออนไลน์ของกองทัพไทยในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา วิเคราะห์การใช้แฮชแท็กและยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อสร้างความชอบธรรม.
รวิวรรณ รักถิ่นกำเนิด : รายงาน สพล ตัณฑ์ประพันธ์ และ นภพบ ทองระย้า : วิเคราะห์ข้อมูล กิตติยา อรอินทร์ : ภาพปก
“Of course there’s a war. I’m watching it on television.” คือประโยคเด็ดจากภาพยนตร์ Wag the Dog (1997) เล่าเรื่องรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สร้าง ‘สงคราม’ ปลอมๆ ขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนในชาติจากเรื่องอื้อฉาวทางการเมืองของรัฐบาลในขณะนั้น ภัยคุกคามปลอมๆ เหล่านี้ถูกผลิตและส่งต่อผ่านหน้าจอโทรทัศน์ จนทำให้ผู้คนเชื่อว่าประเทศกำลังเผชิญการรุกรานจริง ๆ ฉากหนึ่งที่น่าจดจำเกิดขึ้นเมื่อ CIA ผู้รู้เบื้องหลังพยายามเปิดโปงความจริงว่าทั้งหมดเป็นเพียงการจัดฉากของรัฐ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือคำตอบสั้น ๆ ที่สะท้อนอำนาจของสื่อได้อย่างคมคาย คือ “อ๋อครับ ผมรู้ว่าสงครามมันเกิดขึ้นจริง เพราะผมดูมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันผ่านทีวี”
คำตอบข้างต้นนั้นสะท้อนว่าพวกเขารู้ว่ารัฐกำลังทำอะไร แต่ในขณะเดียวกันสงครามมันก็กำลังเกิดขึ้นจริงไม่ใช่หรือไง เพราะพวกเราทั้งหมดกำลังดูมันผ่านหน้าจอ หากถอดความจากประโยคดังกล่าวนั้นแปลความได้ว่า ในยุคที่สื่อมีอิทธิพล ความจริงของสงครามนั้นอาจไม่ได้ถูกกำหนดจากสนามรบ แต่ถูกกำหนดจากสิ่งที่ผู้คนเห็นผ่านหน้าจอ
ย้อนไปในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 จรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ถูกระดมยิงตกใส่พื้นที่พลเรือนในหลายแห่ง กลายเป็นหนึ่งในชนวนเหตุหลักของการเปิดฉากถล่มจากกองทัพไทย #กัมพูชายิงก่อน เริ่มปรากฏขึ้นในโซเชียลมีเดียหลายช่องทาง คู่ขนานมากับ #TruthFromThailand ซึ่งภายหลังทั้งสองแฮชแท็กได้กลายมาเป็นคำหลักในการขับเคลื่อนประเด็นความขัดแย้งผ่านช่องทางออนไลน์ของกองทัพ ในขณะที่น่านฟ้าไทยถูกปิดด้วยเครื่องบินรบ F-16 พลรบบนบกเข้าประจำแนวปะทะ แนวรบหน้าจอต่างก็เตรียมเปิดฉากสงครามข่าวสาร โดยมีเป้าหมายหลักคือพลเมืองในประเทศ
รายงานข่าวชิ้นนี้พาไปสำรวจปฏิบัติการบนสมรภูมิออนไลน์ของกองทัพไทยในช่วงการปะทะด้วยอาวุธหนักทั้งสองระลอก ผ่านการเก็บข้อมูลด้วยวิธี Web Scraping การสื่อสารบนโซเชียลมีเดียและการใช้แฮชแท็กของบัญชีเฟซบุ๊กทางการของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองบัญชาการกองทัพไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นสามหน่วยงานที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดในช่วงการปะทะ โดยเฉพาะกองทัพบก รวมทั้งเพจที่ไม่เป็นทางการ รวมทั้งสิ้น 6,404 โพสต์ ระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อหาคำตอบว่า กองทัพไทยกำหนดยุทธศาสตร์การสื่อสารในพื้นที่ออนไลน์หรือ “สมรภูมิดิจิทัล” อย่างไร บนเป้าหมายใด ผ่านเรื่องเล่าในลักษณะใดบ้าง และระบบอัลกอริทึมเข้าไปหนุนเสริมอัตราเร่งพลวัตของความขัดแย้งทางทหารอย่างไร
เรื่องที่เกี่ยวข้อง Digital Battlefield: Inside the Thai Military’s Online War
กระสุนนัดแรก #กัมพูชายิงก่อน และการสร้างความชอบธรรมให้ปฏิบัติการตอบโต้
ในช่วงระลอกแรกของการปะทะ Hashtag #กัมพูชายิงก่อน #TruthFromThailand #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด คือ 3 Hashtag หลักที่ถูกใช้มากที่สุด ซึ่งตัวแสดงหลักในเวลาดังกล่าว คือ “กองทัพบก” ที่มียอดโพสต์นำทุกเพจทางการ รวมถึง #ยุทธบดินทร์ ปฏิบัติการทางบกและอากาศเน้นย้ำการปกป้องอธิปไตย ไปจนถึงการสลับใช้ #อาชญากรสงคราม เพื่อยกระดับความรุนแรงที่กัมพูชาทำกับพลเรือนไทย



ความตึงเครียดทั้งในและนอกโลกออนไลน์เบาบางลงหลังเวทีการเจรจาสงบศึกค่อยๆ ก่อรูป มีมาเลเซียเข้าไปเป็นกาวใจให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข ก่อนจะนำไปสู่การทยอยถอนอาวุธออกจากพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ความเคลื่อนไหวในแนวปะทะยังนิ่งสงบ แต่ในโลกออนไลน์ฝั่งกองทัพไทยยังคงหล่อเลี้ยงกระแสสงครามไว้อย่างต่อเนื่อง #TruthFromThailand และ #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ยังถูกติดพร้อมโพสต์เป็นระยะ ทั้งจากเพจกองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย และเพจพลเรือน ที่ยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่องแม้เหตุการณ์จะคลี่คลาย
กระสุนนัดที่สอง #ทำลายให้สิ้นสภาพ จากผู้ถูกกระทำสู่การสร้างความชอบธรรมให้ปฏิบัติการรุก
จุดเดือดปะทุขึ้นอีกครั้งในต้นเดือนธันวาคม การสู้รบเริ่มกระจายตัวในหลายพื้นที่ ว่ากันว่าชนวนเหตุมาจากกระสุนปริศนาที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่ามาจากฝั่งตนถูกยิงเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นสัญญาณว่าสันติภาพชั่วคราวได้ปิดฉากลง ห่ากระสุนและลูกปืนใหญ่ถูกสาดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 7 ธันวาคม การปะทะเต็มรูปแบบด้วยอาวุธหนักทุกแนวรบ บก น้ำ เรือ อากาศ เปิดฉากเต็มรูปแบบ
ในขณะที่สนามรบออนไลน์ ความถี่ต่อการโพสต์ของแต่ละเพจนั้นพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะแฮชแท็ก #กัมพูชายิงก่อน ถูกใช้มากที่สุดเกือบร้อยครั้งต่อวัน โดยเฉพาะจากฝ่ายพลเรือน รองลงมาคือ #TruthFromThailand และ #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ซึ่งฝ่ายที่ใช้สองแฮชแท็กนี้มากที่สุดคือกองทัพบก มากไปกว่านั้น แฮชแท็กใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในระลอกนี้คือ #ทำลายให้สิ้นสภาพ และยังคงเป็นฝั่งกองทัพบกเช่นเดียวกันที่แทบจะผูกขาดการใช้คำดังกล่าวในโลกออนไลน์ และยังพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงวันที่ 10-13 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ฝ่ายไทยบุกเข้าไปชิงพื้นที่ในหลายแนวรบ ในทางกลับกัน ฝั่งกองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพเรือ ลักษณะการโพสต์และแฮชแท็กที่ใช้กลับบรรเทาความเกรี้ยวกราดลง และพยายามเรียกร้องในเชิงการทูตมากขึ้นโดยเฉพาะการปรากฏขึ้นของ #PeaceBeginsWithTruth ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในการปะทะระลอกสองเช่นกัน
หากพิจารณาจากความชันของกราฟควบคู่ไปกับไทม์ไลน์เหตุการณ์ปะทะจะพบว่า ความถี่และจำนวนโพสต์พร้อมแฮชแท็กค่อยๆ ลดจำนวนลง อย่างเห็นได้ชัดสอดคล้องกับความรุนแรงและยืดเยื้อของการปะทะ #ทำลายให้สิ้นสภาพ ที่โพสต์โดยกองทัพบกเป็นหลักนั้นแทบจะยุติการโพสต์ทันทีที่ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 27 ธันวาคม เช่นเดียวกับ แฮชแท็กอื่นๆ ที่ลดความถี่ลงอย่างเห็นได้ชัด แต่กระนั้นเพจกองทัพทั้ง 3 เพจ ยังคงเลี้ยงกระแสไว้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโพสต์ติดแฮชแท็ก #TruthFromThailand #TeamThailand และ #PeaceBeginsWithTruth เพียงแต่ลดความถี่ลงเฉลี่ยเหลือราว 20 โพสต์ต่อวัน และปัจจุบัน (เมษายน 2569) แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะผ่านมาแล้วเข้าเดือนที่ 4 แต่ทั้ง 3 แฮชแท็กยังคงถูกใช้อย่างต่อเนื่องแม้เนื้อหาในเรื่องราวที่โพสต์นั้นจะไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งทางอธิปไตย แต่ระลอกนี้ตัวแสดงหลักคือ “ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชา” (the Thai-Cambodian Joint Information Coordination Center หรือ JIC) หน่วยงานที่ตั้งโดยคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อทำหน้าที่รายงานข้อมูลทางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยเฉพาะ เมื่อ 8 มกราคม 2569
หากไล่เลียงสถิติการโพสต์ของแต่ละเพจกองทัพโดยพิจารณาประกอบกับสถานการณ์จริงในแนวปะทะจะพบว่าทุกการโพสต์ ทุกแฮชแท็กนั้นถูกวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์ มีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบในแต่ละเหล่า โดยเฉพาะกองทัพบก กองกำลังหลักที่ถือความชอบธรรมในการเปิดสงครามเต็มรูปแบบ และเหนืออื่นใด สมรภูมิออนไลน์ไม่ได้มีเพียงบัญชีทางการของกองทัพเท่านั้น แต่ยังมีเพจภาคพลเรือน อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงจำนวนมากเข้ามามีบทบาทในการขยายการรับรู้และการไหลเวียนของข้อมูลในช่วงสงคราม ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยยืนยันหรือหักล้างสมมติฐานดังกล่าวได้อย่างชัดเจนที่สุด คือคำอธิบายจากกองทัพเอง





เรื่องที่เกี่ยวข้อง มัลติเวิร์สข่าวปั่น จักรวาลข่าวปลอม : ส่องสื่อทีวี – โซเชียลฯ โหมอคติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เหตุปะทะจบแล้ว ความเกลียดชังยังอยู่ : ส่องสื่อทีวี – โซเชียลฯ หล่อเลี้ยงความรุนแรงไทย-กัมพูชา ราคาจ่ายของ ‘การปิดด่าน’ กัมพูชา สำรวจ ‘ความตาย’ ทางเศรษฐกิจสระแก้ว เสียงเชียร์ที่ไร้มาตรการรองรับ ไร้การเหลียวแล
แนวรบออนไลน์ และระบบอัลกอริทึม สมรภูมิหลักของกองทัพไทย

“หลักการสื่อสารของกองทัพมีสองอย่าง คือ นำเสนอสิ่งที่กองทัพอยากบอก กับ ตอบสนองสิ่งที่สังคมอยากรู้ ทำอย่างไรให้สังคมคลายความสงสัยได้มากที่สุด และกองทัพเองก็ได้นำเสนอสิ่งที่ต้องการบอกกับประชาชน ที่เหลือเป็นเรื่องของเทคนิคและวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งสนามรบใหญ่ของเราคือออนไลน์แพลทฟอร์ม ไม่ใช่สมรภูมิในสนามรบ” พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก
ที่มา: ประชาไท