สรุปชนวนเหตุ ‘สตาร์เมอร์’ ลาออกนายกรัฐมนตรีอังกฤษ – ขั้นตอนเลือกผู้นำใหม่
วิเคราะห์สาเหตุการลาออกของ ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคแรงงาน พร้อมเจาะลึกขั้นตอนการเลือกผู้นำอังกฤษคนใหม่ และสถานการณ์ของ ‘แอนดี เบิร์นแฮม’ ผู้ท้าชิงที่ไร้คู่แข่ง
วิกฤตศรัทธาและความไม่พอใจภายในพรรค นำมาซึ่งการลาออกของ ‘สตาร์เมอร์’
วันนี้ (23 มิ.ย.2569) สำนักข่าว BBC โดยพอล เซดดอน นักข่าวการเมือง ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่นำไปสู่การลาออกของเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรและหัวหน้าพรรคแรงงาน โดยมีสาเหตุหลักมาจากคะแนนนิยมที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและความไม่พอใจภายในพรรคเกี่ยวกับการแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งสภากลางของเวลส์ สกอตแลนด์ และสภาท้องถิ่นในอังกฤษเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งพรรคแรงงานประสบความพ่ายแพ้อย่างหนัก ส่งผลให้เวส สตรีตติง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยหลายคนลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบและประท้วงการนำของสตาร์เมอร์
นอกจากนี้ ความขัดแย้งภายในเรื่องงบประมาณด้านการป้องกันประเทศยังบั่นทอนเอกภาพของรัฐบาล ส่งผลให้จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีกลาโหมและบุคลากรสำคัญของพรรคตัดสินใจลาออกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แรกเริ่มสตาร์เมอร์ยังคงยืนกรานที่จะสู้เพื่อรักษาตำแหน่ง แต่หลังจากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับรัฐมนตรีและแกนนำพรรคในช่วงสุดสัปดาห์ เขาจึงตระหนักว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพียงพออีกต่อไป
‘แอนดี เบิร์นแฮม’ กลับมาผงาดบนเวทีการเมือง ไร้ผู้ท้าชิงในตำแหน่งผู้นำ
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้แอนดี เบิร์นแฮม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ และคู่ปรับทางการเมืองที่สำคัญ ได้กลับเข้าสู่เวทีการเมืองเวสต์มินสเตอร์อีกครั้ง จากการชนะการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์อย่างถล่มทลายเหนือพรรครีฟอร์ม ยูเค ชัยชนะนี้ทำให้เขากลายเป็นศูนย์รวมความหวังใหม่ของ สส. พรรคแรงงาน
ทันทีที่สตาร์เมอร์ประกาศลาออก เบิร์นแฮมได้ประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่อย่างเป็นทางการ ขณะที่เวส สตรีตติง ซึ่งเคยถูกคาดการณ์ว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญ ได้ประกาศไม่ลงสมัครและหันมาให้การสนับสนุนเบิร์นแฮมอย่างเต็มตัว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เบิร์นแฮมจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำคนใหม่โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการลงคะแนนเสียง หากไม่มีผู้สมัครรายอื่นเข้าแข่งขัน
ขั้นตอนการเลือกผู้นำพรรคแรงงานคนใหม่
ตามกฎระเบียบของพรรคแรงงาน ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต้องได้รับการเสนอชื่อจาก สส. พรรคแรงงานอย่างน้อย 81 คน รวมถึงต้องได้รับความเห็นชอบจากสาขาพรรคท้องถิ่น 32 สาขา (จากทั้งหมด 634 สาขา) หรือจากองค์กรที่ฝักใฝ่พรรค 3 องค์กร (ซึ่งต้องรวมถึงสหภาพแรงงานอย่างน้อย 2 แห่ง)
กระบวนการรวบรวมรายชื่อจะดำเนินขึ้นระหว่างวันที่ 9-16 ก.ค.2569 หากมีผู้ผ่านเกณฑ์เพียงคนเดียว ผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีทันที ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม แต่หากมีผู้สมัครมากกว่า 1 คน พรรคจะต้องดำเนินการลงคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคและกลุ่มสหภาพแรงงานให้เสร็จสิ้นก่อนที่สภาจะเปิดสมัยประชุมในวันที่ 1 ก.ย.
ผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลและการเรียกร้องเลือกตั้งใหม่
การลาออกจากตำแหน่งของสตาร์เมอร์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนงานระดับชาติและนานาชาติ แม้สตาร์เมอร์จะทำหน้าที่รักษาการเพื่อรักษาระเบียบการส่งมอบอำนาจ แต่การเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำนาโตในวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งเขาเคยรับปากว่าจะเปิดเผยแผนการใช้จ่ายทางการทหารใหม่นั้น เริ่มเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากงบประมาณดังกล่าวจำเป็นต้องมาจากการปรับลดงบประมาณของกระทรวงอื่น ๆ นอกจากนี้ การประชุมสุดยอดระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ที่กำหนดไว้ในวันที่ 22 ก.ค. ก็ถูกเลื่อนออกไปแล้ว
ตามรัฐธรรมนูญของสหราชอาณาจักร ผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ซึ่งพรรคแรงงานยังมีกำหนดระยะเวลาในการบริหารประเทศจนถึงปี 2572 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแอนดี เบิร์นแฮม ห่างหายจากเวทีการเมืองระดับประเทศไปนานเกือบสิบปี และยังไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์หรือนโยบายที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับปฏิญญา 136 หน้าของสตาร์เมอร์ในการเลือกตั้งปี 2567 ทำให้พรรคฝ่ายค้านอย่างรีฟอร์ม ยูเค และสมาชิกพรรคแรงงานบางส่วน ออกมาเรียกร้องให้เบิร์นแฮมประกาศยุบสภาเพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ทันทีหากเขาได้ขึ้นสู่อำนาจ เพื่อสร้างความชอบธรรมและขอฉันทามติจากประชาชนชาวสหราชอาณาจักรอย่างแท้จริง